บทสนทนาทางแอพพลิเคชันไลน์ ที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ทนายความของร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ นำมามอบให้ตำรวจกองปราบปรามตรวจสอบ เป็นสิ่งที่พลตำรวจตรี ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ยอมรับว่า จะต้องมีการตรวจสอบที่มาเพราะถือเป็นพยานหลักฐานในคดี แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ เช่นเดียวกับคลิปการสนทนาของ เจ้บ้าบิ่น กับบุคคลที่ถูกอ้างว่าเป็นนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พล.ต.ต.ไมตรี เพิ่งได้ฟังเพียงคลิปเดียว และไม่ทราบว่าคลิปเสียงหลุดมาจากใคร แต่กองปราบทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานโดยเฉพาะกองบังคับการ ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. โดยเจ้าหน้าที่มีเทคโนโลยีในการตรวจสอบ
ส่วนการสอบพยานบุคคล ที่นำตัวมาเมื่อวานนี้เป็นคนใกล้ชิดของครูปรีชา ที่ รู้เห็นเกี่ยวกับบทสนทนาในแอพลิเคชันไลน์ที่หลุดออกมาในโลกโซเชียลได้อย่างชัดเจน แต่จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์หรือเสียประโยชน์ต่อนายปรีชานั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ซึ่งพยานหหลักฐานทั้งหมดที่มี ยังไม่มีความจำเป็นต้องสอบปากคำพยานของครูปรีชาทั้ง 40 คนใหม่ แต่จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วันในการให้ทีมสืบสวนสอบสวนอ่านรายละเอียดสำนวนคดี ก่อนจะตรวจสอบกับพยานหลักฐานที่มีอีกครั้งว่ามีความขัดแย้งกันในจุดใดบ้าง โดยเฉพาะเรื่องสถานที่อยู่ วันเวลาขณะเกิดเหตุของพยานแต่ละคน โดยในสัปดาห์หน้าจะเรียกประชุมทีมสืบสวนสอบสวนอีกครั้ง คาดจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น