เมื่อวันที่ (20 ก.พ. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการยื่นข้อตกลงสำเร็จตามที่คาดหวัง ชาวบ้านทั้งชาวกระบี่และเทพา ที่ร่วมอดอาหารมากว่า 8 วัน ก็ร่วมกันร้องเพลงแสดงความดีใจและให้กำลังใจกันและกัน บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะพากันเก็บของเพื่อเตรียมกลับบ้าน
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางมาหน้าองค์การสหประชาชาติ พร้อมกับตัวแทนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือ กฟผ. ก่อนจะหารือร่วมกับตัวแทนของกลุ่มผู้คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน เป็นเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รัฐมนตรีก็ตกลงยอมรับเงื่อนไขทั้งหมด โดยสั่งการให้กฟผ.ถอน อีเอชไอเอ ของทั้ง2 โครงการ
ข้อตกลง ประกอบด้วย 1.เพื่อความเป็นธรรมให้กฟผ.ถอน อีเอชไอเอ ของทั้ง2 โครงการออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ.ภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันลงนาม
2.ให้จัดทำ รายงานวิเคราะห์ผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ หรือ เอสอีเอ ของทั้ง 2 โครงการในกรอบระยะเวลา 9 เดือน โดยคณะกรรมการกลางที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับ หากการศึกษาชี้ชัดว่าไม่เหมาะสมให้ยุติโครงการทันที
3.หากทำ เอสอีเอแล้ว พบว่ามีความเป็นไปได้ว่าจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ให้เข้าสู่กระบวนการทำ อีเอชไอเอ โดยตั้งคณะกรรมการที่ทั้ง 2ฝ่ายให้การยอมรับเป็นผู้ทำรายงานผลกระทบ
4.ให้คดีความระหว่างกฟผ.และเครือข่ายเลิกแล้วต่อกัน
ทั้งนี้ ข้อตกลงทั้งหมดถูกลงนามเป็นลายลักษณ์อักษร นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เป็นอำนาจหน้าที่ที่กระทรวงพลังงานสามารถทำได้โดยไม่ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และจะนำเรื่องนี้เข้าประชุมเตรียมความพร้อมพัฒนาพลังงานสะอาด หรือ เอสดีจี 7 กับยูเอ็น ในวันพรุ่งนี้
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสนใจแก้ไขปัญหาเรื่องไฟฟ้า ไม่ต้องการให้ประชาชนออกมาเคลื่อนไหว ยืนยันจะเร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้องที่ได้ทำข้อตกลงกันไว้ และจะถามหา ทางออกค่าไฟฟ้าสูง โดยการทำอีเอชไอเอ และซีอีเอ ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมดเพราะต้องดูว่าพื้นที่ก่อสร้างมีความเหมาะสมหรือไม่ ส่วนประเด็นที่กลุ่มผู้คัดค้านเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายถอนคดีความระหว่างกัน นายกรัฐมนตรีย้ำว่าจะรับไปดำเนินการให้