ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงาน งาน “Digital Intelligent Nation 2018” ของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) โดยปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Thailand IOT Ecosystem for Thais” โดยในตอนหนึ่งได้กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2561 คาดการณ์ว่า จีดีพีจะโตได้ถึง 4.1% และการส่งออกจะไปได้ถึง 17.6% สูงสุดในรอบ 62 เดือน แต่ก็ยอมรับว่าวันนี้
“เครื่องยนต์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่จะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญทดแทน 4 เครื่องยนต์เดิม คือ การบริโภค การลงทุน การใช้จ่ายของภาครัฐ และการส่งออกที่วันนี้อาจจะเริ่มเก่าแล้ว”
ดังนั้นในปี ปี 2561 ไทยจะต้องเป็นปีแห่งการสร้างและใช้โอกาส (Opportunities) เพื่อผลักดันเครื่องยนต์ใหม่ที่จะเข้ามาบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือ “ดิจิทัล อิโคโนมี” (Digital Economy) โดยเริ่มตั้งแต่เศรษฐกิจฐานราก และในอีก 2 ปีข้างหน้าก็จะได้เห็นไทยเป็น Digital for all แน่นอน
“ แม้จะต้องยอมรับว่าคนไทยตื่นสายกว่าประเทศอื่นๆในเรื่องการมาถึงของเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้เข้าสู่ตลาดนี้ได้ช้ากว่าเพื่อนบ้าน ซึ่งมีผลต่อการปรับโครงสร้างต่าง ๆ ภายในประเทศ แต่ตื่นสายก็ยังดีกว่าไม่ตื่นและจะไม่งัวเงียเมื่อตื่นแล้วก็ ทำเลย” ดร.สมคิดกล่าว
นอกจากนี้ สิ่งที่จะต้องแข็งแกร่งอีกอย่าง คือ ธุรกิจเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ ที่จะเป็น New worriers เพื่อ สร้าง “Digital-Driven Economy ให้เกิดได้ ขณะที่ในส่วนของรัฐบาลจะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน BigData ให้เป็น SmartData กระจายให้เข้าถึงทุกภาคส่วนตั้งแต่เอกชนขนาดใหญ่จนถึงประชาชนเพื่อให้เกิดการแชร์ข้อมูลและนำไปสู่การช่วยเหลือที่ตรงจุด ซึ่งรัฐบาลจะต้องเป็น Digital Politics ด้วยเพื่อสร้าง Engagement ระหว่างรัฐบาลกับประชาชนในประเทศได้โดยตรง เข้ามามีส่วนร่วมกับการบริหารประเทศ การแสดงความคิดเห็น เพื่อที่รัฐบาลจะรู้ว่านโยบายที่ทำนั้นมาถูกทางหรือไม่
แต่สุดท้ายดิจิทัลก็ต้องมีการควบคุม โดยเฉพาะการใช้ โซเชียลมีเดีย มียังมีด้านมืด โดยเฉพาะในเรื่องการสร้างการแบ่งแยก ดังนั้น ต้องใช้อย่างมีสติ