แต่ปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การจอดรถขวางทางเข้า–ออกบ้านเท่านั้น ประเด็นตอนนี้ที่กำลังถูกตั้งคำถามคือการอนุญาตตั้งตลาดรอบๆ หมู่บ้าน หมู่บ้านเสรีวิลล่าซึ่งพบว่า ตลาดสวนหลวง มีการขอสร้างอาคารถูกต้อง แต่ไม่มีใบอนุญาตขอจัดตั้งตลาด ตลาดเปิ้ล มาเก็ต มีใบอนุญาตทำการพาณิชย์ แต่สินค้าไม่ถูกต้องตามใบอนุญาต ต้องแก้ไข ตลาดที่สาม ตลาดยิ่งนรา มีใบอนุญาตทำการพาณิชย์ สินค้าถูกต้อง แต่โครงสร้างไม่มีที่จอดรถ ต้องแก้ไข ส่วนตลาดรุ่งวาณิชย์ และ ตลาดร่มเหลือง ไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และไม่มีใบอนุญาตจัดตั้งตลาดต้องดำเนินคดีการตามกฏหมาย
ปรากฏว่า นางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ และนางสาวรัตนฉัตร แสงหยกตระการ เจ้าของบ้านซึ่งเป็นคู่กรณีการทุบรถ งัดหลักฐานเด็ดผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว เมื่อวันที่ 21 ก.พ.2561 ปรากฎชัดเจนว่า พื้นที่โดยรอบหมู่บ้านเสรีวิลล่า ห้ามสร้างตลาด
โดยนางบุญศรี อ่านเอกสารยืนยันว่าพื้นที่ของหมู่บ้านเสรีวิลล่า ได้ขออนุญาตจัดสรรที่ดิน โดยมีบริษัท สุวิทย์และเสรี จำกัด เป็นผู้ที่ได้รับอนุญาต จัดสรรที่ดินแปลงย่อย 295 แปลง เป็นที่อยู่อาศัย 289 แปลง บ้านเดี่ยว 289 แปลง และ “ไม่มีการพาณิชย์ ไม่มีการอุตสาหกรรม มีระบบสาธารณูปโภคเพื่ออยู่อาศัย”
ตามความเห็นของ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ระบุผ่านรายการ เป็นเรื่องเป็นข่าว ว่า เอกสารนี้มีความชัดเจนเพียงพอแล้วในการ “ห้ามสร้างตลาด”
โดยกรณีนี้ต้องดูแผนผังในการจัดสรรที่ดินว่า มีการวางพื้นที่สำหรับจัดตั้งตลาดไว้หรือไม่ ซึ่งหากมีการกำหนดไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม ก็สามารถทำได้ แต่หากมีเอกสารการจัดสรรที่ดินที่แสดงชัดเจนว่าพื้นที่ในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ได้รับอนุญาตให้จัดสรรเพื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น ก็แสดงว่าไม่สามารถทำการเปิดตลาดได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการจัดการให้ถูกต้อง แต่ที่ผ่านมาทางสำนักงานเขตประเวศ และกรุงเทพมหานคร กลับละเลย และไม่ดำเนินการในสิ่งที่ควรจะเป็น
ไม่เพียงเท่านั้นเหตุการณ์ครั้งนี้ ยังนำมาสู่การตรวจสอบ ตลาดทั่วกรุงเทพมหานครอีกราว 364 แห่ง ตามคำสั่งของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ด้วยและหากพบว่าตลาดใดมีการดำเนินการอย่างไม่ถูกต้องก็จะดำเนินการให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ตามระเบียบข้อบังคับ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา และสร้างความสบายใจแก่ทุกฝ่าย
แล้วถ้าเป็นคุณมีตลาดล้อมบ้านจะทำอย่างไร ?