สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “แบล็ค แพนเธอร์” ภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ จากค่ายมาร์เวล เปิดตัวไปได้อย่างเหนือความคาดหมาย ทำรายได้ไปได้กว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราว 6,370 ล้านบาท ในช่วงสุดสัปดาห์แรก ติดอันดับที่ 5 ของภาพยนตร์ที่มีรายได้เปิดตัวสูงสุดในสหรัฐฯ และขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุด สำหรับภาพยนตร์ที่มีนักแสดงผิวสีแสดงนำ มากกว่าภาพยนตร์เรื่อง “Hidden Figures” ในปี 2016 ที่ทำรายได้รวมทั่วโลกไปได้ 214.3 เหรียญสหรัฐฯ
โดยส่วนหนึ่งของความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ มาจากผู้ชมผิวดำทั่วสหรัฐอเมริกา ที่มีอยู่ประมาณ 12.5 เปอร์เซนต์ ของประชากรในสหรัฐอเมริกา โดยช่วงเปิดตัวสุดสัปดาห์แรก ในทวีปอเมริกาเหนือมีผู้ชมชาวแอฟริกัน-อเมริกันถึง 37 เปอร์เซนต์ ในขณะที่ภาพยนต์มาร์เวลเรื่องอื่นๆ ผู้ชมชาวแอฟริกัน-อเมริกันเพียง 15 เปอร์เซนต์
ปรากฎการณ์ดังกล่าวทำให้กลุ่ม “โครงการเพื่อความเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง” (Electoral Justice Project) ตั้งแคมเปญ #Wakandathevote ซึ่งมุ่งดำเนินการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของชาวผิวสีในสหรัฐอเมริกา หวังให้ชาวผิวสีออกมาการเลือกตั้งทั่วไปกลางเทอมในปีนี้มากขึ้น
หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2016 ชาวอเมริกันผิวดำผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 12 เปอร์เซนต์ ออกมาใช้สิทธิเพียง 60 เปอร์เซนต์ ต่ำกว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อปี 2012 และ 2008 ที่บารัค โอบามา เป็นผู้ชนะ
ทั้งนี้ ชื่อภาพยนตร์ “แบล็ค แพนเธอร์” มาจากชื่อกลุ่มการเคลื่อนไหวทางการเมืองของชาวผิวสีในสหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงต้นทศวรรษที่ 1960 กลางทศวรรษที่ 1980