ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาคารขนาดใหญ่ สูง 4 ชั้น ปลูกติดกัน 3 หลังนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ราษฏรอาสาสมัคร ที่ถูกจัดสรรตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก ใจกลางเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ อาคารแห่งนี้ ถูกสั่งระงับการก่อสร้างอย่างไม่มีกำหนด ตามประกาศคำสั่งของอำเภอ และกองทัพภาคที่ 3 ไม่ต่างจากรีสอร์ทที่อื่นๆ
สำหรับพื้นที่บริเวณโดยรอบที่ทั้งหมดนี้เดิมเป็นของกรมป่าไม้ ซึ่งอนุญาตให้ทหารเข้าใช้ประโยชน์ ก่อนจะกลายเป็นพื้นที่ถูกจัดสรรให้กับราษฎรอาสาสมัคร หรือพื้นที่ รอส. ซึ่งปัจจุบันเห็นชัดเจนว่าพื้นที่เกือบทั้งหมดถูกแปลงสภาพเป็นรีสอร์ท น่าสนใจว่าเมื่อไปดูเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ก็ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าห้ามสร้างรีสอร์ทแต่อย่างใด
เงื่อนไขการใช้ประโยชน์ที่ดิน รอส.ที่ระบุไว้ 9 ข้อ มีใจความสำคัญหลักๆ เพียง ห้ามซื้อขาย โอนต่อ หรือเช่าช่วง ยกเว้นเป็นมรดกตกทอด ไม่มีข้อใดที่ระบุไว้ว่าให้ทำเฉพาะการเกษตรหรือห้ามก่อสร้างอาคารรีสอร์ท และไม่ได้ห้ามการร่วมทุนกับบุคคลอื่น
ปัจจุบันเจ้าของอาคารหลังนี้ถูกกองทัพภาค 3 ฟ้องร้องข้อหาบุกรุกแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่อัยการสั่งไม่ฟ้องโดยวินิจฉัยว่าขาดเจตนา เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาแก้ต่างว่าเป็นการร่วมลงทุนกับเจ้าของที่ดินที่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นเหตุผลที่นายอำเภอมองว่า หากจะต่อสู้คดีกันใหม่ต้องเร่งหาหลักฐานเพิ่มเติม
เบื้องต้น กอ.รมน. ร่วมกับทีมพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ อยู่ระหว่างหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะการสอบสวน ข้อเท็จจริงว่า เจ้าของที่ ร่วมทุนกับกลุ่มนายทุนจริงหรือไม่ หรือเป็นแค่นิติกรรมอำพรางที่ทำขึ้น เพื่อที่เจ้าหน้าที่สามารถเอาผิด และป้องกันผู้ถูกฟ้องรายอื่นใช้ข้ออ้างเดียวกันแก้ต่างความผิด
บวร แนวฤทธิกุล ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ รายงาน