สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าว”CNN” โดยกล่าวขอโทษผู้ใช้”เฟซบุ๊ก” ที่ถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปกว่า 50 ล้านบัญชี แต่ในคำขอโทษนั้น ซักเคอร์เบิร์กอ้างว่า เสียใจที่เชื่อใจคนอื่นมากเกินไป ซึ่งคนอื่นที่ซักเคอร์เบิร์กเอ่ยถึงก็คือ บริษัท”เคมบริดจ์ อนาลิติกา” ที่ถูกกล่าวหาว่า นำเอาข้อมูลเหล่านี้ ไปช่วยแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2016 นั่นเอง
เจ้านายใหญ่ของเฟซบุ๊กยังบอกด้วยว่า ยินดีที่จะขึ้นให้ปากคำต่อหน้ารัฐสภาสหรัฐและอังกฤษ หากจำเป็นหรือทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ส่วนการแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น ซักเคอร์เบิร์กบอกว่า จะมีมาตรการที่เข้มงวดออกมาแน่นอน นอกเหนือจากการปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อปี 2014 รวมถึงจะมีการจ้างพนักงานหลายหมื่นคน ให้คอยตรวจสอบเรื่องการล้วงข้อมูลโดยเฉพาะ
แต่คำสัมภาษณ์ของซักเคอร์เบิร์ก ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือ เขายืนยันว่า มีกลุ่มคนพยายามที่จะใช้เฟซบุ๊ก เพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภากลางเทอมของสหรัฐ ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ จึงทำให้เกิดเป็นคำถามตามมาว่า แล้วการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2016 ซักเคอร์เบิร์ก รู้อะไรเกี่ยวกับการแทรกแซงหรือไม่
ในส่วนของผู้ใช้เฟซบุ๊กที่กังวลว่า ข้อมูลของตัวเองจะถูกเจาะ และต้องการใช้แอพลิเคชั่นอื่นที่ปลอดภัยกว่านั้น ผู้เชี่ยวชาญก็บอกว่า แทบทุกแอพลิเคชั่นมี”แพล็ตฟอร์ม”การทำงานที่คล้ายกัน แม้แต่แอพลิเคชั่น”กูเกิล แม็พ”(Google Map) ที่หลายคนนิยมใช้ ก็มีการขอข้อมูลจากผู้ใช้เช่นกัน (แอพจะถามว่า”อนุญาตให้แชร์โลเคชั่นของคุณหรือไม่ และเมื่อกดอนุญาต ก็หมายความว่า มีคนรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหนเวลานี้แล้ว แถมยังเจ้าลึกเข้าไปในข้อมูลส่วนตัวได้อีกด้วย”) ซึ่งแทบทุกแอพก็มีคำถามในลักษณะนี้แบบเดียวกัน สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำก็คือ เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เวลาเข้าไปในแอพลิเคชั่นเหล่านี้