วันนี้ (23 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้ ม.44 ปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นจากตำแหน่ง กรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสมชัย ได้เดินทางมาที่ศูนย์ราชการ เพื่อเก็บของออกจากห้องทำงานเป็นวันสุดท้าย โดยชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า หน่วยงานด้านกฎหมายที่เสนอนายกรัฐมนตรีให้ปลดตนออกจาก กกต. นั้น เป็นผู้ที่ขาดความรอบรู้ หรืออาจเข้าใจผิด เพราะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาของประเทศไทย ในทุกรัฐธรรมนูญการประกาศกฤษฎีกาเลือกตั้งและวันเลือกตั้ง จะมาจากรัฐบาลฝ่ายเดียว และหลังจากนั้นปี 2560 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาตรา 102 และ 103 ของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า หลังสิ้นสุดรัฐบาล ทางรัฐบาลจะมีหน้าที่แค่ประกาศกฤษฎีกาการเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนวันเลือกตั้ง กกต. จะเป็นผู้กำหนด จึงขอเรียกร้องความเป็นธรรม ถ้าหน่วยงานด้านกฎหมายให้ข้อมูลผิด นายกรัฐมนตรีก็ควรคืนความเป็นธรรมให้กับตน และใช้ม.44 ปลดหน่วยงานดังกล่าวออกด้วย ซึ่งก็อาจทำให้นายกรัฐมนตรีได้คนที่ดีกว่ามาทำหน้าที่นี้ และตนก็ยินดีมาทำหน้าที่นี้แทน
"การให้ข้อมูลของหน่วยงานด้านกฎหมาย เป็นข้อมูลที่ผิดพลาด จนนายกรัฐมนตรีต้องเสียหน้า ถ้าท่านใช้ ม.44 ปลดหน่วยงานด้านกฎหมาย ก็อาจทำให้ท่านได้คนที่ดีมาทำหน้าที่นี้แทน หรือจะให้ตนมาทำหน้าที่แทนก็ยินดี" นายสมชัย กล่าว
นอกจากนี้ นายสมชัย มองว่า ถ้าหน่วยงานด้านกฎหมายของนายกรัฐมนตรีมีความรู้และความเข้าใจด้านกฎหมายจริง แทนที่จะเสนอปลดตน ก็ควรออกมาชี้แจงในด้านกฎหมายว่าตนกระทำผิดอย่างไร
ในวันเดียวกัน นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ที่เดินทางมาติดต่อราชการ ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ได้เข้าให้ความคิดเห็นเรื่องนี้กับสื่อ โดยมองว่าการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ปลดนายสมชัย เท่ากับเป็นการแทรกแซงองค์กรอิสระ และเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ หวั่นไหวเพราะอยู่ในช่วงขาลง และไม่มั่นใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ว่าจะกลับเข้าสู่อำนาจได้อีกหรือไม่