"สมชัย" ฟ้อง "ณัฐวุฒิ" ข้อหาแจ้งความเท็จ-หมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"สมชัย" ยื่นฟ้อง “ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม” ข้อหาแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท จ่อเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่าวันนี้มาขออำนาจศาลยื่นฟ้องดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่ง กับ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมและวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายณัฐวุฒิ ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตนเอง เกี่ยวกับการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ถูกกล่าวหาจาก กกต. โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ไปแจ้งที่สำนักงาน ป.ป.ช. และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ไปแจ้งที่ สน.ทองหล่อ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ช่างภาพพีพีทีวี
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

นายสมชัย ระบุว่าทั้งสองครั้งเป็นการแจ้งความเท็จหมิ่นประมาท และมีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนด้วยถ้อยคำที่หยาบคายและไม่เป็นจริง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อตนเองและครอบครัว รวมถึงเป็นการหมิ่นประมาทและการดูหมิ่นในที่สาธารณะ

โดยขณะนี้ศาลได้รับฟ้องไว้แล้วในข้อหาแจ้งความเท็จแก่พนักงานสอบสวน,หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และดูหมิ่นด้วยการโฆษณา เรียกค่าเสียหายทางแพ่ง 5 ล้านบาท สำหรับคดีนี้ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องครั้งแรก วันที่ 21 ธันวาคมนี้ เวลา 13.30 น. โดยในวันนัดไต่สวน จำเลยสามารถมอบหมายให้ทนายความมาดำเนินคดีแทนได้

สำหรับรายละเอียดและหลักฐานต่าง ๆ ได้แนบอยู่ในคำฟ้องทั้งหมดแล้ว ทั้งคลิปการให้สัมภาษณ์ฉบับเต็ม  เอกสารการถอดเทปบันทึกเสียงให้สัมภาษณ์ รวมถึงภาพข่าวต่าง ๆ ในสื่อสาธารณะ

ส่วนความคืบหน้าคดีทำร้ายร่างกายที่ สน.ทองหล่อ ซึ่งมีรายงานว่าคู่กรณีไม่ไปตามนัดถึง 2 ครั้ง นายสมชัย ชี้แจงว่าคดีดังกล่าวเป็นคนละคดีกัน โดยในคดีทำร้ายร่างกาย ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้นัดหมายให้ นายณัฐวุฒิ มาพบครั้งแรกในวันที่ 1 ตุลาคม เพื่อนำตัวส่งฟ้องต่ออัยการ แต่เจ้าตัวไม่มา จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้นัดมาพบในวันที่ 8 ตุลาคม แต่ปรากฏว่าในวันที่ 8 ตุลาคม นายณัฐวุฒิ ก็ยังคงไม่มาตามนัด

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ และอัยการว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ จะออกหมายเรียกซ้ำอีกครั้ง หรือจะขออนุมัติศาลออกหมายจับ ซึ่งตนเองไม่ได้เร่งรัดกระบวนการ และปล่อยให้ตำรวจดำเนินการตามความเหมาะสม

นายสมชัย ระบุอีกว่าความจริงแล้วความผิดฐานทำร้ายร่างกายในลักษณะที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความผิดลหุโทษ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ซึ่งหากรับสารภาพต่อศาลและอ้างเหตุบันดาลโทสะ ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ศาลอาจลงโทษเพียงปรับประมาณ 1,000 - 2,000 บาท หรือโทษจำคุกอาจให้รอลงอาญา ไม่ถึงขั้นต้องติดคุก

แต่คู่กรณีกลับเลือกเส้นทางที่ผิดโดยไม่รับสารภาพ และยังให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่เกินเลยไป เช่น อ้างว่าโดนแฮนด์จักรยานกระแทก หรืออ้างว่าเป็นคลิปที่สร้างโดยเทคโนโลยี AI และไม่ไปพบตำรวจตามหมายเรียก ซึ่งพฤติการณ์เหล่านี้อาจกลายเป็นเหตุให้ศาลพิจารณาลงโทษด้วยอัตราโทษสูงสุด

เมื่อถูกถามว่ามองว่าเป็นการหลบเลี่ยงหรือเป็นการใช้เล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมาย หรือไม่ นายสมชัย ระบุว่าคู่กรณีคงมีความรู้ทางกฎหมายเยอะเพราะเป็นถึงอดีตอัยการและอดีตทนายความ จึงคิดว่าวิธีนี้น่าจะทำให้ได้ขึ้นศาลช้าที่สุด แต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นศาลอยู่ดี และยิ่งขึ้นศาลช้าก็ยิ่งทำให้ไม่มีเหตุบรรเทาโทษหรือเหตุที่จะลดหย่อนโทษ ซึ่งการใช้เล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมายแบบนี้ ไม่ได้ส่งผลดีต่อตัวคู่กรณี

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ