วันที่ 4 ก.ย. 2569 ระหว่างที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินทางไปที่ สน.ทองหล่อ ตามเวลานัดหมาย เพื่อแจ้งความเอาผิดกับ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ซึ่งนายณัฐวุฒิได้มารอนายสมชัยที่ สน.ทองหล่อ อยู่แล้ว เพื่อให้ตำรวจออกหมายจับนายสมชัย
โดยทันทีที่นายสมชัยปั่นจักรยานมาถึงบริเวณด้านหน้า สน.ทองหล่อ นายณัฐวุฒิได้เข้าไปหานายสมชัย และพูดว่า “จะไปไหน ...ไปไหน“ จากนั้นได้จับที่แขนของนายสมชัยและผลักนายสมชัยล้มลงกับพื้น พร้อมจักรยานต่อหน้าสื่อมวลชนและตำรวจ
ขณะที่นายสมชัยพยายามตะโกนบอกว่า “แบบนี้ทำร้ายร่างกาย” นายณัฐวุฒิตะโกนกลับว่า “ทำร้ายอะไร ...พร้อมเจอ... เดี๋ยว...เจอคนอย่าง... วันนี้มาขอหมายจับ ...รอ...อยู่” ซึ่งขณะนั้นผู้สื่อข่าวพยายามเข้าไปห้ามนายณัฐวุฒิ และบอกว่า ” ทำแบบนี้ไม่มีวุฒิภาวะเลย พี่เคยเป็นถึงทนายความนะ“ แต่นายณัฐวุฒิไม่ยอมหยุดและชี้หน้านักข่าวและถามว่า “...เป็นใคร ...เป็นกลางหน่อย” จากนั้นได้ยกมือขอโทษผู้สื่อข่าวและบอกว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรเลย
ก่อนที่นายสมชัยจะบอกอีกว่าจะแจ้งตำรวจจับ ด้านนายณัฐวุฒิพูดว่า “แจ้งจับเลย ไอ้...” ซึ่งตำรวจ สน.ทองหล่อ พยายามเข้าไปแยกนายณัฐวุฒิออกจากนายสมชัย แต่เจ้าตัวไม่ยอม และพยายามเข้าไปหานายสมชัยอีกครั้ง พร้อมกับกระชากหมวกของนายสมชัยออกจากศีรษะ จนตำรวจต้องบอกว่าหากไม่เชื่อฟังจะใส่กุญแจมือ ทำให้นายณัฐวุฒิยอมเข้าไปกับตำรวจ เบื้องต้นนายสมชัยได้รับบาดเจ็บบริเวณเข่าด้านขวาเป็นแผลถลอก
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ ให้สัมภาษณ์หลังแจ้งความกรณีที่ถูก นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม อดีตทนายความ ทำร้ายร่างกาย โดยนายสมชัยระบุว่าได้แจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายณัฐวุฒิในข้อหาทำร้ายร่างกาย, ทำให้เสียทรัพย์ และดูหมิ่นซึ่งหน้า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานที่ราชการ ต่อหน้าตำรวจและสื่อมวลชน รวมถึงมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดของ สน.ทองหล่อ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการข่มขู่คุกคามผู้สื่อข่าวด้วย
นายสมชัยระบุว่าขณะนี้นายณัฐวุฒิมีสถานะเป็นผู้ต้องหา ถูกตำรวจจับกุมในความผิดซึ่งหน้าและเข้าสู่กระบวนการพิมพ์มือ ถ่ายรูปทำประวัติผู้ต้องหาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนเองและทนายความได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากพฤติการณ์เป็นการกระทำอุกอาจในสถานที่ราชการเวลากลางวันต่อหน้าตำรวจ หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเกรงว่าจะขาดสติและไปทำร้ายผู้อื่นอีก
นายสมชัยยืนยันว่าคดีนี้จะดำเนินคดีถึงชั้นศาลอย่างแน่นอนและปฏิเสธการเจรจาไกล่เกลี่ยทุกกรณี ไม่ว่าจะมีใครหรือนักการเมืองหรือใครมาประสานให้ก็ตาม พร้อมท้าทายว่าหากมีใครมาช่วยไกล่เกลี่ยก็ขอให้เปิดหน้าออกมา จะได้รู้ว่าใครเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
นายสมชัยตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่นายณัฐวุฒิมุ่งเป้ามาที่ตนเอง คาดว่ามาจากการที่ตนเองนำข้อมูลความจริงเกี่ยวกับประวัติของอีกฝ่ายมาเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเฉพาะเรื่องที่นายณัฐวุฒิมักแอบอ้างว่าลาออกจากราชการ ทั้งที่ความเป็นจริงถูกสั่งไล่ออกจากราชการ เมื่อตนเองกล้าออกมาพูดความจริง ทำให้ถูกมองเป็นปัญหาของอีกฝ่าย
นายสมชัยระบุว่าตนเองอยากเข้าไปเยี่ยมและดูสภาพนายณัฐวุฒิว่าสงบสติอารมณ์หรือยัง รวมถึงดูว่าตำรวจดูแลผู้ต้องหาอย่างไร แต่ตำรวจได้ห้ามไว้เพราะเกรงว่าจะเกิดการปะทะหรือเกิดเรื่องขึ้นอีก พร้อมฝากถึงสื่อมวลชนให้ตั้งข้อสังเกตและติดตามกระบวนการทำงานของตำรวจ โดยคาดการณ์ว่าอาจมีการปล่อยตัวชั่วคราวภายใน 1 ชั่วโมง หากได้รับการปล่อยตัวจริงขอให้สื่อมวลชนสอบถามเหตุผลจากตำรวจว่าเหตุใดจึงปล่อยตัวผู้ที่มีพฤติกรรมอันตรายออกสู่สังคม และฝากถึงตำรวจว่าหากจะให้ประกันตัวก็ควรมีการกำหนดเงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยของผู้เสียหาย เช่น ห้ามกระทำซ้ำในลักษณะเดิม
นายสมชัยยืนยันว่าไม่ได้เกรงกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคงปกป้องสิทธิ์ของตนเองตามกฎหมาย และหลังจากนี้เตรียมที่จะเดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเพื่อนำมาใช้ประกอบหลักฐานในคดีต่อไป
ด้านนายนรเศรษฐ์ระบุว่านอกเหนือจากคดีทำร้ายร่างกาย วันนี้ยังได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ นายณัฐวุฒิในข้อหาแจ้งความเท็จและแจ้งความเท็จเพื่อแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้นายณัฐวุฒิได้ไปแจ้งความกล่าวหาการเปิดมูลนิธิของนายสมชัยว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน ซึ่งตนเองก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาด้วย จึงต้องดำเนินคดีกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ นอกจากนี้นายณัฐวุฒิยังมีคำพูดข่มขู่ในลักษณะที่ว่า "รู้ว่าบ้านอยู่แถวสถานทูตอินโดนีเซีย เดี๋ยวเจอกัน" ซึ่งทำให้ผู้เสียหายเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย
ด้าน พันตำรวจเอกรัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งความ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม 2 ข้อหา คือทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย และทำให้เสียทรัพย์ ความเสียหายกว่า 30,000 บาท โดยนายณัฐวุฒิได้ขอประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 40,000 บาท และพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาให้ประกันตัว เพราะเป็นสิทธิของผู้ต้องหา และถึงแม้ผู้เสียหายจะคัดค้านการประกันตัว ตำรวจพิจารณาว่าสามารถให้ประกันตัวได้ โดยยืนยันว่าการให้ประกันตัว ไม่ได้ไปเอื้อประโยชน์ เพราะยังติดตามตัวได้และไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี
ผู้กับกับ สน.ทองหล่อ ยังบอกอีกว่า ตอนนี้นายณัฐวุฒิอารมณ์เย็นลงแล้ว ซึ่งตำรวจได้ตักเตือนไปว่าต้องมีวุฒิภาวะ และในสถานที่ราชการไม่ควรมีพฤติกรรมและไม่ควรทำแบบนี้
อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ให้ข้อมูลว่าขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม เบื้องต้นนายณัฐวุฒิให้การปฏิเสธ แต่อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนยังต้องสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานก่อน
ล่าสุดพลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ พร้อมเปิดเผยเกี่ยวกับคดีนี้ระบุว่า ขณะนี้ตำรวจได้ดำเนินการตามกฎหมาย เบื้องต้นทราบว่าผู้เสียหาย ได้ดำเนินคดีกับผู้ที่ผลักอก ในข้อหาเกี่ยวกับเรื่องทำร้ายร่างกาย ดูหมิ่นซึ่งหน้า และทำให้เสียทรัพย์
ยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด เมื่อพบเหตุก็มีการเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ ทราบว่าทางผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหาได้ยื่นขอประกันตัวตามสิทธิ์ ส่วน การจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้น ขอให้เป็นไปตามดุลพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณา แต่เชื่อว่าการทำคดีจะเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ
ส่วนมาตรการป้องกันในกรณีดังกล่าว หลังจากนี้อาจจะต้องมีการป้องกันไม่ให้คู่กรณีเกิดการเผชิญหน้ากันจนเกิดเหตุลักษณะนี้อีก โดยเฉพาะสถานที่แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ราชการ
ต่อมา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า "ขอบคุณทุกสายที่โทรมาด้วยความเป็นห่วงครับ มีทั้งอาสาจะหาทีมมาคุ้มกัน ผมก็บอกปฏิเสธไปบอกว่าไม่มีอะไรน่ากังวล มี 2 สายโทรมาบอกว่าจะจัดทีมไปกระทืบไหม ผมบอกว่าอย่าเลยครับแต่แล้วแต่พี่นะครับ ผมไม่ส่งเสริม" นายสมชัย กล่าว