นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ที่ปรึกษานายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดใจกับพีพีทีวี ชี้แจงกรณีถูกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณสมบัติในการสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) โดยยืนยันว่าไม่ได้ขาดคุณสมบัติและไม่เคยมีคดีอาญา พร้อมเปิดเผยว่าได้แต่งตั้งทนายความเพื่อเตรียมดำเนินคดีกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใน 2 ประเด็น
นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ประเด็นแรกเกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลของสภาทนายความมาเผยแพร่ โดยเตรียมดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พร้อมตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นในสภาทนายความเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายณัฐวุฒิ ยืนยันว่า ไม่เคยได้รับหนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจากสภาทนายความ โดยหากได้รับหนังสือก็จะใช้สิทธิอุทธรณ์ตามกระบวนการ เพราะมีสิทธิอุทธรณ์ต่อสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ซึ่งคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า แม้ปัจจุบันไม่ได้ประกอบอาชีพทนายความแล้ว โดยหยุดประกอบอาชีพมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 แต่หากมีการเพิกถอนสิทธิที่ส่งผลกระทบต่อตน ก็จำเป็นต้องอุทธรณ์คำสั่งเพื่อรักษาสิทธิ โดยปัจจุบันประกอบอาชีพนักธุรกิจและไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง
ส่วนประเด็นที่สอง นายณัฐวุฒิ ระบุว่า เตรียมดำเนินคดีอาญากับนายสมชัย กรณีการเรี่ยไรเงินเข้ากองทุนต่อสู้คดี โดยจะกล่าวหาในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ภายในสัปดาห์หน้า พร้อมอ้างว่าได้ตรวจสอบกับอธิบดีกรมการปกครองแล้ว และพบว่านายสมชัยไม่ได้ขออนุญาตรับบริจาคหรือเรี่ยไรเงิน
นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ดำเนินคดีกับนายสมชัยไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่และมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งขณะนี้เรื่องถูกส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว
สำหรับข้อสงสัยของนายสมชัยที่ตั้งข้อสังเกตว่า นายณัฐวุฒิอาจขาดคุณสมบัติในการสมัคร สส. เนื่องจากเคยถูกให้ออกจากราชการนั้น นายณัฐวุฒิยืนยันว่า ตนไม่ได้ขาดคุณสมบัติและไม่เคยทุจริต โดยระบุว่า กรณีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 ต้องเกี่ยวข้องกับการทุจริต พร้อมตั้งคำถามกลับว่า ข้อมูลที่ถูกนำมาอ้างถึงนั้นสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจากบุคคลที่มีชื่อและนามสกุลซ้ำกันสามารถเกิดขึ้นได้ และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักมายืนยันหรือไม่
นายณัฐวุฒิ ยังยืนยันว่า ก่อนการขึ้นทะเบียนสมัครรับเลือกตั้งจะมีขั้นตอนประกาศเพื่อเปิดโอกาสให้มีการคัดค้านภายในระยะเวลาที่กำหนด และย้ำว่าตนไม่มีประวัติต้องคดีอาญา พร้อมส่งเอกสารผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ให้กับผู้สื่อข่าว เพื่อประกอบการยืนยันว่าไม่พบประวัติอาชญากรรม
ส่วนข้อกังขาเกี่ยวกับการเข้าไปทำหน้าที่ในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 12 ของ กกต. นายณัฐวุฒิ ชี้แจงว่า ในขณะนั้นได้รับการแต่งตั้งจากประธาน กกต. เนื่องจากเห็นว่าเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน แต่ภายหลังได้รับการแต่งตั้งได้ลาออกทันที เนื่องจากไม่มีเวลาปฏิบัติหน้าที่ และขอให้แต่งตั้งบุคคลอื่นมาทำหน้าที่แทน
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ตนเป็นนักธุรกิจและรู้จักบุคคลหลายฝ่าย รวมถึงบุคคลในองค์กรอิสระ แต่ยืนยันว่าไม่เคยแสวงหาผลประโยชน์จากความสัมพันธ์ดังกล่าว และไม่มีใครเป็นผู้เสนอชื่อให้เข้าไปทำหน้าที่
ขณะที่กรณีอาจถูกเชิญไปเป็นพยานในคดีเกี่ยวกับบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นายณัฐวุฒิ ระบุว่า เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายที่เห็นว่าตนมีความเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับหมายเรียกหรือหนังสือเชิญ แต่พร้อมให้ความร่วมมือกับศาลเพื่อประโยชน์ของประเทศในฐานะนักวิชาการ