จากกรณี ครม.ไม่มีการยืนยันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่ค้างการพิจารณาวาระสองของรัฐสภาชุดที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาต่อ ซึ่งทำให้กระบวนการในการแห้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่นั้น
ล่าสุดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กว่าถึงกรณีดังกล่าวว่า “ประชามติ ทำซากอะไร” พร้อมบอกว่า ตอน ครม. อนุทิน 1 มีมติให้ทำประชามติพร้อมเลือกตั้ง ตอนนั้นเหลือเวลาเพียง 58 วัน ต่ำกว่ากรอบตาม กม. ที่กำหนดว่า การทำประชามติต้องมีระยะเวลาไม่เร็วกว่า 60 วัน นับแต่วันที่ ครม. มีมติ
มือกฎหมายผมขาวของรัฐบาล ก็พลิกกฎหมายออกมายืนยันว่า ทำได้หาก ครม. เห็นว่าเป็นเหตุจำเป็นทางงบประมาณหรือเป็นเหตุจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
การทำประชามติพร้อมการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 จึงเกิดขึ้นอย่างทุลักทุเล ด้วยงบจัดการรวม 8,900 ล้านบาท (อ้างจากมติ ครม.ที่อนุมัติ เมื่อ 23 ธ.ค. 2568) แพงกว่า การเลือกตั้งอย่างเดียวเมื่อปี 2566 ถึง 3,000 ล้านบาท แถม ลงทะเบียนนอกเขตหลังหยุดปีใหม่แค่ 3 วัน ทำเอกสารแจก 16 ล้านเล่มแต่พิมพ์ผิดในสาระสำคัญ วันเลือกต้องแสดงบัตร หย่อนบัตรสองรอบ ไม่แสดงผลคะแนนรายเขต รายจังหวัด รู้แค่ผลรวมว่า คน 21.6 ล้านคน เห็นชอบกับการจัดทำใหม่ทั้งฉบับ
กระบวนการจัดทำใหม่ทั้งฉบับที่ทำได้เร็ว คือ การนำเอาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ค้างในวาระ 2-3 ของรัฐสภา มาพิจารณาต่อ ซึ่ง ครม. ต้องเป็นฝ่ายหยิบยกเสนอต่อรัฐสภาใหม่ ภายใน 60 วันนับแต่การประชุมครั้งแรกของรัฐสภาชุดใหม่
13 พ.ค. 2569 คือ วันครบ 60 วัน ซึ่งรัฐบาลแสดงท่าทีแล้วว่า จะปล่อยให้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ทำมาเป็นปีตกไป แล้วค่อยไปนับหนึ่งใหม่ คาดว่าจะใช้เวลาอีก 2 ปี
ไม่ต้องถามว่า ประชามติทำซากอะไร เพราะมีคำตอบในตัวแล้วว่า ทำซากศพร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และอยู่กับซากผุ ๆ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันต่อไป