ป.ป.ท.จ่อเสนอย้าย ผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง 3 แห่ง เหตุแก้ไขหลักฐาน-ส่งคนไกล่เกลี่ย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

การขยายผลตรวจสอบการทุจริตเงินผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่งของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ในแต่ละจังหวัดเริ่มมีอุปสรรค หลังพบว่ามีผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งบางแห่งเข้ามาคุกคามการทำงาน ด้วยการพยายามปรับแก้เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ (29 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่ถูกยกขึ้นมาให้ดำเนินการพิจารณาเร่งด่วน ในที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. คือ อุปสรรคการทำงาน เกี่ยวกับกรณีมีผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในจังหวัดตรัง, บุรีรัมย์, ชัยภูมิ และผู้อำนวยการโรงเรียนในจังหวัดนครพนม พยายามเข้ามาคุกคามการทำงานในระหว่างเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบข้อมูล โดย พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการ ป.ป.ท. เปิดเผยถึงพฤติการณ์ที่พบว่า ผอ.ศูนย์ฯที่ระบุ พยายามมาปรับแก้เอกสารที่เกี่ยวข้อง ส่งคนมาไกล่เกลี่ย และมีการปกปิดความผิดการจ่ายเงินย้อนหลังหลังมีการตรวจสอบ ทำให้ ป.ป.ท. มีมติให้อนุกรรมการไต่สวน พิจารณาเพื่อเสนอไปยังหน่วยงานต้นสังกัด ย้ายบุคคลเหล่านี้ออกจากพื้นที่ เพื่อประโยชน์ต่อการทำงาน

ทั้งนี้กรณี กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่า ไม่พบความผิดปกติในศูนย์คนไร้ที่พึ่งจังหวัดภูเก็ตและสกลนคร ซึ่งเป็นข้อมูลขัดแย้งกับ ป.ป.ท. ด้าน พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะการตรวจอาจสุ่มตรวจคนละจุด แต่ยืนยันว่า ป.ป.ท.ตรวจสอบพบความผิดปกติพร้อมพยานและหลักฐานสามารถนำเข้าสู่สำนวนได้

นอกจากนี้ ยังมีมติรับศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่พบความผิดปกติไว้ไต่สวนข้อเท็จจริง เพิ่มอีก 8 จังหวัด คือ จังหวัดตรัง กระบี่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์ นครพนม และชัยภูมิ เท่ากับว่า ป.ป.ท. รับไต่สวนแล้ว 17 จังหวัด และยังรับไต่สวนศูนย์ประสานงานหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง เชียงใหม่ด้วย โดยมีบุคคลที่ถูกกล่าวหาทั้งหมด 94 คน ส่วนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่เตรียมตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนดำเนินคดี หลังสุ่มตรวจพบชาวบ้านได้รับเงินเพียงครึ่งเดียว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. สอบสวนผู้มีรายชื่อรับเงินช่วยเหลือเงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง จำนวน 51 คน ในพื้นที่อำเภอลานสกา และท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งการสุ่มตรวจพบว่าทั้งหมดพบว่าชาวบ้านได้รับเงินเพียง 1,000 บาท แต่ยอดที่ระบุในเอกสารเบิกจ่ายจำนวน 2,000 พันบาท ผู้นำท้องถิ่นรายหนึ่งเปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้รวบรวมเอกสารชาวบ้านเพื่อนำส่ง ก่อนจะแจ้งให้ชาวบ้านเข้าไปรับเงินช่วยเหลือ การจ่ายเงินเจ้าหน้าที่ได้บรรจุใส่ในซองของแต่ละคน โดยไม่ทราบว่าเงินที่ชาวบ้านได้รับนั้น ไม่เต็มจำนวน

นอกจากนี้การตรวจสอบพบว่าปี 2560 จังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับงบประมาณจำนวน 4.7 ล้านบาท แต่จ่ายให้กับชาวบ้านจริงเพียง 2.35 บาทเท่านั้น  ส่วนเงินที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งนั้นอยู่ในระหว่างสอบสวนว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง หลังจากนี้ ทาง ป.ป.ท.จะนำข้อมูลเสนอแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในการเบิกจ่ายเงินส่วนนี้ และเตรียมสอบสวนขยายผลไปในปีงบประมาณ 2558 และ 2559 ด้วย

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ