ล่าสุดวันนี้ (30 มี.ค.61) นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรณีที่ประชาชนโพสต์ภาพรถเม หลังนำมาวิ่งได้แค่ 3 วัน ตรวจสอบแล้วพบว่าสายพานเสียเท่านั้น แค่เปลี่ยนสายพานรถก็สามารถกลับมาวิ่งได้ ซึ่งมีปัญหาขณะตั้งศูนย์คอมเพรสเซอร์แอร์กับสายพานอาจตั้งศูนย์ไม่ดี ทำให้เกิดปัญหา ส่วนเรื่องความมั่นใจในการใช้บริการขอให้เชื่อมั่น ที่สำคัญอยากให้มองว่านี่เป็นการเสีย 1 คัน ใน 100 คัน และเป็นการเสียในระยะสั้น ที่สำคัญหากเกิดอะไรขึ้นยังอยู่ในสัญญา และอยู่ในช่วงทดสอบระบบ
เช่นเดียวกับ นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ และรักษาการผู้อำนวย การองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. กล่าวว่า เบื้องต้นสาเหตุอาจเกิดจากการติดตั้งสายพานแอร์ไม่ได้ตามองศาทำให้สายพานแอร์ขาด ขณะนี้ได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ยอมรับว่าปัญหาระบบขัดข้องจะมีการเกิดขึ้นบ้าง เนื่องจากเป็นรถใหม่ต้องปรับ อุปกรณ์ให้เข้าที่ อย่างไรก็ตามได้กำชับบริษัท ช ทวี จำกัด และบริษัท สแกนอินเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นคู่สัญญา โครงการจัดซื้อรถเอ็นจีวีพร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษารถโดยสาร 489 คัน ระยะเวลา 10 ปี มูลค่า 4,261 ล้านบาท โดยให้หามาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกพร้อมกับตรวจสอบระบบต่าง ๆ ในรถให้ดี ขณะเดียวกัน ขสมก. เข้มงวดในการตรวจรับรถในครั้งต่อไป อาทิ ระบบแอร์ ความหย่อนของสายพาน ระบบเครื่องยนต์ เป็นต้น พร้อมยืนยันการตรวจรับเป็นรถเมล์ใหม่จริงๆ
ขณะที่นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด กล่าวว่า กรณีรถเมล์ใหม่ดับกลางถนนนั้น เนื่องจากสายพานแอร์ขาดประกอบกับพนักงานขับรถอาจยังไม่เข้าใจและคุ้นชินกับระบบเกียร์แบบออโต้ของรถคันดังกล่าวทำให้เกิดเหตุขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้บริษัทฯ จะต้องตรวจเช็กความพร้อมของระบบแอร์ เกียร์ และเครื่องยนต์ ให้พร้อมทำงานอยู่ตลอด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอีกต่อไป
สำหรับรถเมล์เอ็นจีวี 100 คันแรก วิ่งทั้งหมด 5 เส้นทาง ได้แก่ สาย 20 ป้อมพระจุลจอมเกล้า-ท่าน้ำดินแดง สาย 21 วัดคู่สร้าง-จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาย 105 มหาชัยเมืองใหม่-คลองสาน สาย 138 พระประแดง-หมอชิต 2 และสาย 140 แสมดำ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และในวันที่ 26 เมษายน นำออกมาวิ่งเพิ่มอีก 30 คัน แบ่งเป็น สาย 76 140 และ 141 และทยอยนำมาให้บริการจนครบ 489 คันภายในเดือนมิถุนายนปีนี้