วันนี้ (30 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้าน 2 ราย ที่เป็นผู้มีรายชื่อรับเงินคนไร้ที่พึ่ง ที่ ป.ป.ท. เรียกไปสอบถามข้อเท็จจริงเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองต่างให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า ผู้นำหมู่บ้านประกาศเรียกชื่อพวกเขา ให้ไปรับเงิน 2,000 บาท ที่โรงเรียนในหมู่บ้าน หลังรับเงินเสร็จได้ส่งสำเนาบัตรประชาชน และเซ็นกำกับเอกสาร แต่ไม่ได้อ่านรายละเอียดว่ารับเงินอะไร ทั้งนี้แต่หลังจากนางสาวปนิดา ยศปัญญา นักศึกษามหาวิทยาลัยสารคามออกมาเปิดโปงขบวนการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่งจนกลายเป็นข่าวโด่งดัง และนำมาสู่การตรวจสอบของ ป.ป.ท. ทำให้ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เรียกกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับเงินไปประชุม
โดยนางสุนี สุนทร ผู้เสียหายรายนี้ บอกว่า วันนั้น ผู้อำนวจการโรงเรียน พยายามขอร้องให้ชาวบ้านช่วย ผู้อำนวยการศูนย์คนไร้ที่พึ่ง โดยการให้ทุกคนบอกข้อมูลกับ ป.ป.ท.ว่า ได้รับเงินคนจนเต็มจำนวน 6,000 บาท ทั้งที่ข้อเท็จจริง ตนด้รับแค่ 1,000 บาทเท่านั้น
ขณะที่ก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อยู่ระหว่างพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบ ผอ.โรงเรียน คนดังกล่าว ด้าน ป.ป.ท. ระบุว่า หากพบพฤติการณ์ว่า ผอ. คนนี้ เข้าไปร่วมขบวนการตั้งแต่ขั้นตอนการทำเอกสารที่เกี่ยวข้องการทุจริต จะเข้าข่ายผู้สนับสนุนการกระทำผิด ขณะการขยายผลตรวจสอบทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง พบมีการเบิกจ่ายเงินผิดปกติในพื้นที่ 53 จังหวัด เป็นเงินจำนวน 107 ล้านบาท พื้นที่พบความผิดปกติมากสุดอยู่ในภาคอีสาน และ ป.ป.ท. รับไต่สวนแล้ว 17 จังหวัด
สำหรับความเคลื่อนไหวฝั่งกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วันนี้ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เปิดเผยว่า ได้ลงนามตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง 26 คนแล้ว ขณะที่พบข้อมูลเบื้องต้นว่า นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงฯ และนายณรงค์ คงคำ รองปลัดกระทรวงฯ มีมูลเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดครั้งนี้