สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แม้จะมีภาพความโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับเหยื่อก๊าซพิษในเมืองดูมา ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองของกลุ่มกบฏ ชานกรุงดามัสกัส ของซีเรีย เผยแพร่ออกมาอย่างชัดเจน แต่รัฐบาลซีเรียรวมถึงพันธมิตรใกล้ชิดอย่างรัสเซียและอิหร่าน ก็ออกมายืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธเคมีดังกล่าว โดยฝั่งรัฐบาลซีเรีย นำโดยประธานาธิบดี “บาชาร์ อัล อัสซาด” อ้างว่า คนที่ใช้อาวุธเคมีก็คือ “กลุ่มกบฏเอง” ที่ต้องการสร้างสถานการณ์และโยนความผิดให้กับฝ่ายรัฐบาล
ล่าสุด บรรดาผู้นำโลก นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก็ออกมาประณามการใช้อาวุธเคมีในครั้งนี้ ซึ่งทำให้ประชาชน ทั้งเด็กและผู้หญิง ต้องสังเวยชีวิต ขณะที่การปิดล้อมพื้นที่ ก็ทำให้ความช่วยเหลือจากโลกภายนอกเข้าไปถึงอย่างยากลำบาก
พร้อมกันนี้ ทรัมป์ยังได้ใช้ถ้อยคำรุนแรงเปรียบเทียบผู้นำซีเรียเป็น "สัตว์" และยังโจมตีโดยตรงไปถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และรัฐบาลอิหร่าน ที่สนับสนุนการกระทำที่เลวร้ายนี้ โดยแม้ว่าทรัมป์จะยังไม่บอกชัดเจนว่าสหรัฐฯจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ แต่ทิ้งท้ายด้วยคำว่า “Big price” คือ ต้องชดใช้อย่างสาสมอย่างแน่นอน
สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีครั้งนี้ ยังมีตัวเลขที่แตกต่างกัน โดยหน่วยกู้ภัยและทีมแพทย์บางส่วนระบุว่ามีคนตายไปแล้ว 70 คน และคาดว่ามีแนวโน้มที่ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่องค์กรมอบความช่วยเหลือทางการแพทย์ ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจมีมากถึง 180 คน แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้
ด้านสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสจักรโรมันคาทอลิก ทรงตรัสถึงกรณีนี้ หลังเสร็จสิ้นพิธีมิสซาในวันอาทิตย์ ที่โบสถ์เซนต์ ปีเตอร์ ใจความว่า ไม่มีเหตุผลใดๆ จะใช้อ้างความชอบธรรมในการใช้อาวุธเคมีโจมตีได้ เช่นเดียวกับรัฐบาลอังกฤษที่เรียกร้องให้เปิดการสอบสวนเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน
ล่าสุด มีรายงานว่าเข้ามาว่าฐานทัพอากาศซีเรีย ซึ่งตั้งอยู่ในในจังหวัดฮอมส์ ทางตอนกลางของประเทศ ถูกถล่มด้วยขีปนาวุธ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นขีปนาวุธของฝ่ายใด