ทช.เร่งสำรวจถิ่นอาศัยลูกฉลามหัวบาตรใต้เขาเต่า

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สั่งปิดหาดทรายน้อยชั่วคราวจนว่าจะสร้างทุ่นตาข่ายกันฉลามแล้วเสร็จ  พร้อมกันนี้ได้สำรวจถิ่นอาศัยเบื้องต้นพบว่า บริเวณที่พบฉลามมีโพรงหิน เหมาะแก่การหลบซ่อนของฉลามหัวบาตรวัยเด็ก  โดยหลังจากนี้จะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านฉลามสำรวจอย่างละเอียด เพื่อศึกษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดที่นักวิจัย และเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือ ทช. เข้าตรวจสอบ คือบริเวณ วัดถ้ำเขาเต่า ซึ่งจุดนี้ห่างจากจุดที่นักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ถูกกัดไม่ไกล หลังตรวจสอบพื้นที่ นายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือ ทช. ระบุว่า  คำบอกเล่าของผู้บาดเจ็บ บอกว่าเวลาประมาณ 16.00 น.วันที่ 15 เมษายน ได้กระโดดน้ำเล่นที่บริเวณนี้เป็นประจำเกือบทุกปี แต่ไม่เคยพบฉลาม  เมื่อวิเคราะห์บาดแผลที่ถูกกัด  นักวิจัย เชื่อว่าฉลามหัวบาตรตัวที่กัดมีอายุเพียงไม่กี่เดือน เนื่องจากมีความยาวประมาณ 80-100 เซนติเมตร  เพราะจากข้อมูลที่ศึกษา ฉลามหัวบาตร แรกเกิดมีความยาวประมาณ 50 เซนติเมตร ส่วนตัวเต็มวัยจะยาวถึง 3.5 เมตร

ขณะที่วงจรชีวิตของฉลามหัวบาตรวัยเด็ก มักหลบซ่อนอยู่ใต้แนวหิน  ซึ่งบริเวณนี้ไม่ถูกรบกวนโดยมนุษย์มานานหลายสิบปี เพราะเป็นเขตอภัยทานติดกับเขตพระราชฐาน ทำให้ฉลามหัวบาตรตัวเล็กเข้ามาหลบซ่อนและออกหากินปลาเล็กใกล้ชายฝั่ง ขณะที่จากภาพมุมสูงจะเห็นว่า เขาเต่าถูกขนาบข้างด้วยชายหาดฝั่งขวาคือสวนสนประดิพัทธ์  ซ้ายคือหาดทรายน้อย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ฉลามที่พบน่าจะอาศัยอยู่ตามซอกหินที่อยู่ขนาบชายหาดทรายน้อย ทั้งบริเวณหัวหาดและท้ายหาด

โดยจากนี้นักวิจัยด้านฉลามของทช. จะลงพื้นที่สำรวจแหล่งอนุบาลของฉลาม และนับจำนวนที่แท้จริง  เบื้องต้นมีประมาณ 5 ตัว ส่วนการปิดอ่าวหาดทรายน้อย มีผลตั้งแต่วันนี้ โดยประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการรีสอร์ทเพื่อให้เข้าใจเหตุผล และหารือกับเทศบาลเมืองหัวหิน  ทช. ทำการติดตั้งทุ่นตาข่ายกันฉลามความยาว 300 เมตรล้อมหาดทรายน้อย คาดน่าจะใช่เวลา 20 วันสร้างตาข่ายก่อนติดตั้ง หากติดตั้งทุ่นตาข่ายที่หาดทรายน้อยเสร็จ จะพิจารณาความเป็นไปได้ในการติดตั้งทุ่งตาข่ายที่ทะเลหัวหินที่มีระยะห่างมากว่า 15 กิโลเมตร  เพื่อสร้างความสบายใจให้กับนักท่องเที่ยว   แต่รองอธิบดีทช. เชื่อว่า ฉลามหัวบาตรจะไม่เข้าไปยุ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวอื่น เพราะไม่สงบ รวมถึงเป็นฉลามขนาดเล็ก ที่มีลักษณะนิสัยหลบซ่อนอยู่ใต้หินเวลานอน


ส่วนที่วัดถ้ำเขาเต่า ขณะนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว มีประชาชนจำนวนมากมารอดูฉลาม  ซึ่งรองอธิบดี ทช. มีความกังวลว่า เมื่อมีข่าวพบฉลามหัวบาตรเข้ามาอาศัยอยู่ จะมีนักตกปลามาแอบตกเพื่อเป็นเกมกีฬา ซึ่งฉลามหัวบาตรยังไม่ได้อยู่ในบัญชีสัตว์สงวน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ทำได้เพื่อขอความร่วมมือ โดยในไทยยังพบการล่าฉลามหัวบาตร ฉลามหูดำ นำไปเป็นเมนูในภัตตาคารจีน 

หลังเกิดเหตุฉลามกัดเท้านักท่องเที่ยว ก็มีหลายความเห็นเกิดขึ้นว่า ควรกำจัด หรือผลักดันออกจากพื้นที่หรือไม่ ผู้ช่วยนักวิจัย สถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทรไทย  หรือ CBIPT ให้ความเห็นว่า หลังจากนี้รัฐควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจน  โดยภาพของฉลามมหัวบาตร ที่นายศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ผู้ช่วยนักวิจัย สถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทรไทย  หรือ CBIPT นำมาเป็นตัวอย่าง ให้ทีมข่าวพีพีทีวี ดูว่า เป็นฉลามชนิดเดียวกันกับที่พบว่ากัดนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ บริเวณ อ่าวหาดทรายน้อย  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมให้ข้อมูลว่า  ฉลามหัวบาตรที่พบ เชื่อว่า เป็นลูกฉลามที่เกิดขึ้นในช่วงปีนี้ เพราะดูจากขนาดที่ยาวประมาณ 1.5 เมตร  ส่วนลักษณะนิสัยไม่ตายตัวว่า ดุร้าย แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เนื่องจากการล่า ไม่ใช้แค่ตา แต่ยังรวมไปถึงการดมกลิ่น และกระแสไฟฟ้า เป็นต้น  

ขณะที่สัตว์ชนิดนี้ เกิดบริเวณน้ำกร่อย หรือปากอ่าว  จากนั้นลูกจะเข้ามาอาศัยอยู่บริเวณน้ำตื้นและขุ่น  เมื่อโตพอ ที่จะสามารถปรับตัวได้กับอุณหภูมิกระแสน้ำ สภาพแวดล้อม ก็จะลงสู่ทะเล  ส่วนพฤติกรรมการกัดแล้วปล่อย เป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อพบว่า สิ่งที่กัดไม่ใช่อาหาร ก็จะปล่อย  ซึ่งการกัดของฉลามชนิดนี้ไม่ทำให้เสียชีวิต 

 

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ