ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอาหารเสริมของบริษัทเมจิกสกินเกือบ 10 กล่องใหญ่ มูลค่ากว่า 1 แสนบาท ของตัวแทนจำหน่ายคนนี้ กลายเป็นต้นทุนสูญเปล่าทันที เมื่อตำรวจและ อย.สั่งห้ามจำหน่าย หลังพบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ผลิตโดยไม่ได้คุณภาพและใช้อย.ปลอม
นภัส ทยุติชยาธร ผู้เสียหาย และ ตัวแทนจำหน่าย ยอมรับว่าจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ มาจากการเชื่อว่าสินค้าปลอดภัย เพราะมีดารามารีวิวหลายคน รวมถึงมีคนออกมาการันตีว่าจะมีผลกำไร จากธุรกิจนี้ โดยไม่ได้ตรวจสอบที่มาของผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน
หลังเข้าร่วมเป็นตัวแทนจำหน่าย เธอบอกว่า เครือข่ายเมจิกสกิน จะสอบถามถึงฐานะ และพยายามชักจูงให้มาเป็นตัวแทนระดับสูง แต่มีเงื่อนไข คือ ต้องสั่งซื้อสินค้าปริมาณมาก เพื่อให้ต้นทุนต่อกล่องถูกลง และให้เหตุผลว่า หากสต๊อกสินค้ามากเท่าไหร่ กำไรที่จะได้กลับคืนมามากขึ้นเท่านั้น เพราะในขณะนั้นสินค้าขายดีจนขาดตลาด
เมื่อสั่งสต๊อกสินค้า ตามคำแนะนำ สินค้าจะถูกส่งต่อไปยังตัวแทนระดับ ล่างลงไปเรื่อยๆ โดยมีการคิดกำไรเป็นทอดๆ ซึ่งเมื่อไปถึงมือผู้ขายปลีกพบว่าสินค้ากลับไม่ได้ขายดีอย่างที่คิด เพราะมีตัวแทนรายย่อยจำนวนมากทำให้สินค้าล้นตลาด
ตัวแทนคนนี้ ยังบอกด้วยว่าเครือข่ายเมจิกสกิน สอนเทคนิคที่เรียกว่า"วิชามาร" โดยการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กโดยจะมีหน้าม้าคอยมาแสดงความคิดเห็นเชิงบวก เพื่อหลอกล่อเหยื่อรายใหม่ให้เข้ามาเป็นตัวแทนอีกที
นอกจากความเสียหายในฐานะตัวแทนจำหน่ายแล้ว ก่อนหน้านี้ครอบครัวเธอ ตกเป็นเหยื่อของผลิตภัณฑ์เมจิกสกินที่ไม่ได้มาตรฐานเช่นกัน หลังลูกชายนำครีมไปใช้แล้วเกิดอาการแพ้ลุกลามทั้งตัว จนต้องปรึกษาแพทย์และดูแลอย่างใกล้ชิด
ทำให้ล่าสุดเธอตัดสินใจรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหายอีกหลายคน เข้าร้องเรียนกับกองบังคับการปราบปราม อย. สคบ. และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเอาผิดให้ถึงที่สุด