เมื่อวันที่ (3 พ.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการ ป.ป.ท. ใช่เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาผลการสอบสวน 11 จังหวัด ที่พบข้อมูลเบิกจ่ายงบช่วยเหลือคนจนผิดปกติ พลตำรวจโท จรัมพร สุระมณี คณะกรรมการ ป.ป.ท. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งและเจ้าพนักงาน เพิ่มเป็น 217 คน ใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดราชบุรี นครปฐม อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ยโสธร ตาก และเพชรบูรณ์ เนื่องจากพบพฤติการณ์คล้ายกับ 41 ศูนย์ช่วยเหลือคนจน ที่ ป.ป.ท.รับไว้ไต่สวนก่อนหน้านี้ โดยมองว่าการกระทำลักษณะนี้ไม่ได้เป็นการทุจริตเชิงนโยบาย ที่ตั้งศูนย์ขึ้นมาเพื่อทุจริต แต่มองว่าเป็นแผนประทุษกรรมในเชิงอาชญากรรม ซึ่งอยากให้สังคมเข้าใจว่าผู้ที่ถูกไต่สวนยังอยู่ในสถานะเป็นผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น ยังไม่ใช่ผู้กระทำผิด
ส่วนการขยายผล ขณะนี้ ป.ป.ท.เริ่มตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มอีก 28 หน่วยงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่พึ่ง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560
สำหรับ 28 หน่วยงานที่ ป.ป.ท.กำลัง ตรวจสอบประกอบด้วย สองหน่วยงานแรกที่ขึ้นตรงกับกรมพัฒนาสังคมฯ อยู่ในกรุงเทพมหานคร คือ ศูนย์ปฏิบัติการคนไร้ที่พึ่งและขอทาน รับงบ 1,700,000บาท กองคุ้มครองสวัสดิการและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต รับงบกว่า 600,000 บาท ศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี รับงบศูนย์ละ 100,000 บาท สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 5 แห่ง รับงบมากสุด คือ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งปรือใหญ่ จ.ศรีสะเกษ จำนวนเงิน 700,000 บาท
นิคมสร้างตอนเอง 9 แห่ง รับงบมากสุด คือ นิคมสร้างตนเองปราสาท จ.สุรินทร์ จำนวนเงิน 11,000,000 บาท นิคมสร้างตนเองรัตภูมิและเทพา จ.สงขลา รับงบนิคมฯละ 10,000,000 ล้านบาท และศูนย์พัฒนาราษฎร 10 แห่ง รับงบมากสุด คือ ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จ.พะเยา 12,900,000 บาท หลังจากนี้ต้องจับตาดูว่าจะมีพื้นที่ไหนบ้างที่สุจริต หรือทุจริต