ประชาชนชาวมาเลเซียผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งกว่า 15 ล้านคน ทยอยเดินทางไปลงคะแนนตามหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้เข้าใช้สิทธิ์ตั้งแต่เมื่อช่วงเวลา 7.00 น. ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย โดยการลงคะแนนจะสิ้นสุดในเวลา 16.00 น. ตามเวลาประเทศไทย และผลการนับคะแนนเบื้องต้น น่าจะทราบในช่วงดึกวันนี้ แต่ผลอย่างเป็นทางการ จะมีการประกาศในวันถัดไป
ล่าสุด นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ได้เดินทางไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเขาแสดงความเชื่อมั่นว่าพรรครัฐบาล "แนวร่วมแห่งชาติ" (BN) นำโดยพรรคอัมโน ของเขา จะสามารถคว้าชัยชนะได้อย่างถล่มทลาย
เช่นเดียวกับ ดร.มหาเธร์ มูฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีวัย 92 ปี ที่เดินทางไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก็แสดงความเชื่อมั่นว่าตนเองจะได้รับชัยชนะในรัฐเคดาห์ ซึ่งเป็นรัฐบ้านเกิด
ส่วนบรรยากาศการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายเมื่อคืนวานนี้ นายนาจิบ วัย 64 ปี ได้ลงพื้นที่หาเสียงในรัฐปะหัง ซึ่งเป็นฐานเสียงของตัวเอง ชูนโยบายประชานิยม ทั้งการยกเว้นภาษีให้กับผู้มีรายได้ที่มีอายุตั้งแต่ 26 ปี ลงไป การเพิ่มวันหยุดราชการ การยกเว้นเก็บค่าธรรมเนียมทางด่วน
ขณะที่ ดร.มหาเธร์ ก็ขึ้นเวทีปราศรัยในช่วงเวลาเดียวกันที่เกาะลังกาวี เรียกร้องประชาชนอย่างหลงเชื่อไปกับการติดสินบนจากรัฐบาล
การเลือกตั้งครั้งนี้นับเป็นการต่อสู้ทางการเมืองครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย โดยเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างแนวร่วมพรรครัฐบาล 13 พรรค นำโดยพรรคอัมโน ของนายนาจิบ ราซัค ซึ่งผูกขาดอำนาจการบริหารประเทศมานานกว่า 61 ปี กับแนวร่วมพรรคฝ่ายค้าน ในนาม "ปากาตัน ฮาราปัน" ที่มีพรรคของ ดร. มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลและเป็นลูกพี่เก่าของนายนาจิบเป็นแกนนำ
การหวนคืนสู่สนามเลือกตั้งของอดีตนายกฯวัย 92 ปี มีสาเหตุมาจากความไม่พอใจเกี่ยวกับกรณีอื้อฉาวเรื่องทุจริตในกองทุน 1MDB ของรัฐบาล ทำให้ ดร. มหาเธร์ ต้องยอมจับมือกับอดีตศัตรูอย่าง นายอันวาร์ อิบราฮิม อดีตรองนายกฯ ที่ถูกเขาสั่งปลด เพื่อโค่นล้มนายนาจิบให้ได้