วันนี้ (15 พ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกระแสข่าวที่ทางกรุงเทพมหานคร มีแนวคิดเตรียมนำหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันบริหารโดยมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรม กลับมาบริหารเอง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และแสดงความไม่เห็นด้วยจากศิลปินจำนวนมาก โดย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ตนก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องการสนับสนุนให้ประชาชนมีพื้นที่สาธารณะปราศจากการแทรกแซงเพื่อสร้างสรรค์งานศิลป์ ไม่ว่าจะใช้เพื่อการแสดงออก เพื่อศึกษาหรือร่วมแบ่งปันงานศิลป์ และหอศิลปวัฒนธรรมฯ เป็นหนึ่งในจุดสำคัญของประเทศที่ใช้ในการทำกิจกรรมเหล่านี้
โดยจากกระแสข่าวในทำนองว่า กทม.จะนำพื้นที่ในหอศิลป์ฯทั้งหมดไปทำอย่างอื่น หรือแม้กระทั่งนำไปทำห้างสรรพสินค้า ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ตนเองไม่เคยคิดและไม่มีทางที่จะทำลายสถานที่แสดงศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศเรา เพียงแต่ต้องการพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้ได้ใช้ประโยชน์สูงสุดเท่านั้น ตนเชื่อมั่นว่า ศิลปะเป็นเรื่องของอิสระทางความคิดและจินตนาการ ศิลปะเป็นสิ่งจรรโลงใจหาใช่เพื่อวัตถุประสงค์ใด และสถานที่แสดงศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแห่งนี้จะต้องยังคงอยู่เพื่อประชาชนทุกคน
“ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วย กทม.ก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพัฒนาในพื้นดังกล่าวครับ” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว
ทั้งนี้ส่วนกรณีที่ กทม.พยายามดึงหอศิลป์ไปบริหารเองโดยอ้างว่าที่ผ่านมามูลนิธิหอศิลปฯบริหารขาดทุนนั้น ด้านอาจารย์ปวิตร มหาสารินันทน์ ผู้อำนวยการ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ระบุว่า การบริหารงานกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยขาดทุน และถ้าขาดทุนจริงตอนนี้คงเป็นหนี้ 800 ล้านบาท แล้วจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าน้ำค่าไฟ โดยปีนี้ยังไม่ได้รับงบประมาณจาก กทม. ซึ่งที่ผ่านมาเราได้งบประมาณจาก กทม. 45 ล้าน รายจ่ายรวม 75 ล้าน แต่สามารถหารายได้เพื่อเลี้ยงตัวเองมาได้โดยตลอด ซึ่งปีที่แล้วมีเงินคงเหลือ 7 ล้านบาท จากการขายของ ค่าเช่าพื้นที่ และค่าจอดรถ เป็นต้น รวมรายได้สะสมรวมขณะนี้อยู่ประมาณ 20 ล้านบาท
นอกจากนี้ส่วนประเด็นการใช้หอศิลป์เคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น ผอ.หอศิลป์ฯ กล่าวว่า ถ้าเป็นศิลปะเกี่ยวข้องทางการเมืองเราอนุญาตให้ใช้ได้ และหวังว่านี่จะไม่ใช่สาเหตุให้ กทม.ยึดคืนพื้นที่ตรงนี้ เพราะหอศิลป์มีพื้นที่เป็นกลาง พื้นที่ไบโพล่า ทุกภาคส่วนสามารถใช้พื้นที่ได้