นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ ณ ที่ทำการพรรคประชาชน ถึงความชัดเจนเรื่องแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน ว่า ภายในช่วงต้นพฤษภาคมนี้ จะมีการเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. เชื่อว่าตัวแทนของพรรคเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ที่เชื่อมั่นแบบนี้เพราะกรุงเทพมหานครมีปัญหาเชิงโครงสร้างหลายเรื่อง ทั้งปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน การเสนอแก้ไขกฎหมายให้ผู้ว่าฯ มีอำนาจอย่างแท้จริง ต้องใช้เสียง สส. และ สก. ที่เข้มแข็งในการผลักดันร่วมกัน
นายณัฐพงษ์ ยกตัวอย่างว่า กรุงเทพมหานครหรือท้องถิ่นหลายแห่งมีปัญหาที่ผู้บริหาร แม้จะมีความตั้งใจแต่สุดท้ายต้องยอมประนีประนอมกับสมาชิกสภาท้องถิ่น จะผ่านงบประมาณได้ต้องมีงบประมาณไปหารเท่าแจกสมาชิกสภา ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ผ่านงบประมาณให้
หรือในกรณีของกรุงเทพมหานครจะเห็นปัญหาลู่วิ่งที่แพง ซึ่งหากไม่ได้เสียงของฝ่ายบริหาร และ สก. ที่เข้มแข็งจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้เลย จะถูกต่อรองทางการเมืองโดยตลอด
ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ เชื่อมั่นในทีมของพรรคประชาชน โดยระบุว่า “เราพร้อมจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่สำคัญให้กับคนกรุงเทพมหานคร ทำงานร่วมกันเป็นทีมมีเสียงที่เข้มแข็ง มีอุดมการณ์ที่ชัดเจน สก.ของพรรคประชาชนเข้าไปทำงานไม่รับเงินทอนแน่นอน ถ้ามีเราพร้อมตรวจสอบคนของเรา เป็นสิ่งที่คนกรุงเทพฯ จะคาดหวังให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้”
ห่วงกู้เงินแก้วิกฤตน้ำมันดันหนี้ประเทศพุ่ง จี้รัฐใช้งบตรงเป้า
นายณัฐพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ไขปัญหาภาพรวมเกี่ยวกับวิกฤตน้ำมันของรัฐบาล ว่า จากที่รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. เงินกู้ สิ่งที่เป็นห่วงตอนนี้คือภาระหนี้ของประเทศที่มีภาระค่อนข้างสูง ดังนั้น การกู้เงินเพิ่มเพื่อมาแก้ไขวิกฤตจะต้องใช้จ่ายให้ตรงตามวัตถุประสงค์และสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง ขณะเดียวกันการรักษาวินัยการเงินการคลังเป็นสิ่งจำเป็นยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด
ขณะนี้ พรรคประชาชนเตรียมทีมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณและจ่ายประจำปีไว้แล้ว พร้อมชี้ว่ากฎหมายงบประมาณจะเป็นกลไกที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ส่วนการทำงานเดินหน้าตรวจสอบในสภา
กรณีการเจรจาเรื่องของสัดส่วนกรรมาธิการ ชุดต่าง ๆ ที่เป็นกลไกสำคัญ ในฐานะฝ่ายค้านอยู่ระหว่างการหารือของวิปทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงเจรจาและติดตามว่าจะให้คณะกรรมาธิการจุดใดบ้างเพื่อจะทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
นายณัฐพงษ์ กล่าวถึง พ.ร.ก. เงินกู้จะเสี่ยงขัดต่อกฎหมายหรือไม่ว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดทั้งหมด แต่จะใช้กลไกในสภาทั้งกระทู้ถาม หรือกรรมาธิการ เพื่อสอบถามรัฐบาลว่าในการกู้เงินมาใช้จ่ายมีอะไรบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนและฝ่ายค้านตั้งใจดำเนินการอยู่แล้ว
และจากที่ลงพื้นที่สำรวจมา พบว่าเรื่องค่าของชีพที่สูงขึ้น จากสถานการณ์วิกฤตพลังงานราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เป็นช่วงช่วงที่คนไทยจะเดินทางกลับบ้านภูมิลำเนาไปพบกับครอบครัวและเศรษฐกิจคึกคัก
แต่จากที่เห็นภาพข่าวในหลายพื้นที่ทั้งเชียงใหม่ หรือกรุงเทพมหานคร มีนักท่องเที่ยวออกมาเล่นน้ำเยอะ แต่อีกส่วนหนึ่งที่ได้มีโอกาสลงพื้นที่ช่วงสงกรานต์พบว่าผู้ประกอบการการท่องเที่ยวหลายคนในจังหวัดลำปางและจังหวัดเชียงใหม่ ส่งเสียงสะท้อนว่าอัตราการเข้าพักของนักท่องเที่ยวลดลง
“อะไรที่คิดว่าประชาชนต้องการให้ช่วยเหลือคือการเยียวยา ประชาชนอย่างตรงจุด เราเห็นการบริหารเงินกองทุนน้ำมันที่ผิดพลาดของรัฐบาล กลายเป็นว่าเงินกองทุนที่นำไปอุดหนุนตกลงเข้ากระเป๋า ประชาชนโดยตรงมากน้อยแค่ไหน คือสิ่งที่เราตั้งคำถาม หากรัฐบาลจะกู้เงินเพิ่มขึ้นคิดว่ารายละเอียดว่ารัฐบาลจะต้องชี้แจงกับประชาชนคือจะนำไปใช้จ่ายอย่างไรที่ทำให้เงินกู้มาเป็นภาระของลูกหลานในอนาคตตกถึงหมายถึงมือประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างตรงจุดมากที่สุด” นายณัฐพงษ์ กล่าว
"ณัฐพงษ์" จ่อแถลง 21 เม.ย. สู้คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล
นายณัฐพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ว่า เรื่องเทคนิคการต่อสู้ทางกฎหมาย ในวันที่ 21 เมษายนพวกเราจะมีการแถลงรายละเอียด นำโดยตนเอง แต่เพื่อน สส.อีก 10 คน ที่อาจจะอยู่ในข่ายคดีดังกล่าว ขอให้รอการแถลง ก็เป็นไปตามดุลพินิจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ส่วนตัวมองคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กลับมีผลออกมาอีกทางหนึ่ง ทั้งที่เส้นทางการเงินมีความชัดเจนว่าส่อไม่ถูกต้อง กับการดําเนินคดีของพวกเรา ที่ใช้อํานาจนิติบัญญัติโดยชอบธรรม กําลังถูกดําเนินการไปอีกแบบ
แม้มีหลายคนมองว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีเสถียรภาพ แต่ส่วนตัวมองว่าการใช้อํานาจที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง การใช้อํานาจที่ตนเองมีทุกอย่างมาบิดเบือนกลไกการใช้กฎหมาย องค์กรอิสระ เลือกที่จะปกป้องพวกพ้อง และทำร้ายฝั่งตรงข้าม ก็เป็นสิ่งที่บ่อนทําลายตัวรัฐบาลเอง
สิ่งที่พวกเราทําได้ เพื่อให้ประชาชนเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ผิดปกติมากๆ ส่วนตัวมองว่า รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยเอง เป็นเพียงยอดภูเขาน้ําแข็ง ในระบอบการเมืองปัจจุบัน ที่มีองคาพยพอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ หรือกลุ่มก้อนคนที่มีอํานาจในประเทศคอยสนับสนุน และสิ่งที่ทําให้เกิดผลเสียแก่ประเทศ คือผลประโยชน์ ที่เกิดขึ้นในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงินมาใช้จ่าย การดําเนินคดีต่าง ๆ กลายเป็นการให้ประโยชน์ของคนชั้นนําในสังคม แต่คนที่ทําถูกต้อง ไม่เคยได้ประโยชน์เหล่านั้นเลย
สิ่งที่พรรคประชาชนทําคือ พรรคประชาชนเห็น และให้ทุกคนเห็นตรงกันว่า สิ่งที่พวกเราต้องต่อต้าน คือระบอบการเมืองที่ไม่ได้เป็นของประชาชนส่วนใหญ่ เพื่อร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
สําหรับความเห็นของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่ออกมาแสดงความเห็นว่าพรรคประชาชนต่อสู้ทางความคิดน้อยไป นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเองก็เคารพในความเห็นของนายปิยบุตร การออกมาวิจารณ์ในพื้นที่สาธารณะ การชี้นําทางความคิด นอกจากเป็นหน้าที่หลักของพรรคประชาชน ที่เราเสนอเป็นพรรคทางเลือก ให้อํานาจของประชาชนเป็นอํานาจที่สูงสุดของประเทศนี้ บรรดานักคิดนักวิชาการต่าง ๆ ถือเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่ช่วยกันชี้นําสังคม
ส่วนที่นายปิยบุตรแสดงความเห็นว่าตอนตั้งพรรคประชาชน ตั้งใจจะทำพรรคให้เป็นยานพาหนะในการสร้างความเปลี่ยนแปลง แต่ตอนนี้บางคนใช้ยานพาหนะนี้ให้ตนเองเป็น สส. นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ในภาพรวมยังเชื่อมั่นในสมาชิก เพื่อน สส.ทุกชุด ว่าทุกคนมาด้วยอุดมการณ์ความแน่วแน่ อยากมาทําการเมืองให้พรรคประชาชนจริง
ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นก็พร้อมน้อมรับ เชื่อว่ากระบวนการสรรหาจะดีมากขึ้นทุกวัน พร้อมจะทําให้ดีมากกว่านี้ในอนาคต พรรคเรามีระบบราชการน้อยที่สุด และเปิดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากที่สุด ยืนยันว่าทุกการตัดสินใจใหญ่ๆ ของพรรคที่ผ่านมา เราฟังทุกองคาพยพของพรรค
นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ตนเองในฐานะหัวหน้าพรรค หากคิดว่ามีอะไรในพรรคที่ต้องเสริมให้เกิดความเข้มแข็งมากขึ้น เป็นหน้าที่ของแกนทําที่จะลงไปทําสิ่งนั้นให้เกิดขึ้น โจทย์หลักของพรรคประชาชนในตอนนี้ คือทําให้เห็นว่าเราเป็นตัวเลือกที่สําคัญ แต่ก็คงไม่ใช่ตัวเลือกเดียว เพราะจะถือเป็นการดูถูกดูแคลนพรรคการเมืองอื่น
แต่เราจะเป็นทางเลือกที่สําคัญ ที่จะทําให้ประชาชนเห็นว่า เป็นทางออกของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ที่มีอํานาจเบ็ดเสร็จทั้งหมด และยิ่งใช้อํานาจละเว้นพวกพ้อง มุ่งทําลายล้างฝั่งตรงข้าม ประชาชนไม่เคยได้รับความยุติธรรมเลย ก็จะยิ่งทําให้ประชาชนเห็นภาพชัดมากยิ่งขึ้น หากรัฐบาลยังทําแบบนี้ต่อไป รัฐบาลจะทําลายตัวเอง
ส่วนการแสดงออกของนายปิยบุตรนั้น ทําให้ทุกคนเห็นว่า ข้อกล่าวหาที่บอกว่าพรรคประชาชนมีคนนำ ก็ไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมาตนเองก็มีโอกาสคุยกับนายปิยบุตร ในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ แต่การตัดสินใจก็ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคยุคปัจจุบัน ยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน
ส่วนที่เราต้องการสร้างการเมืองของประชาชน ที่มวลชนทุกคนเป็นเจ้าของพรรค และยังยึดคําพูดว่า พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค ความคิดในเชิงอุดมคติ การชี้นําทางความคิดที่เกิดขึ้น เป็นการประท้วงทางความคิดที่สําคัญ ทําให้ตนเองเข้ามาเล่นการเมืองในวันนี้
แต่สิ่งที่สําคัญมากกว่า คือการทําให้ความคิดทางอุดมคติเหล่านั้น เกิดขึ้นเป็นจริงได้อย่างไร ซึ่งตนเองก็มีการลงพื้นที่มาโดยตลอด พบเจอผู้สนับสนุนของพรรค ที่อยากจะออกมาร่วมทําบางอย่างกับพรรค ที่ไม่ใช่ 4 ปีออกไปเข้าคูหา หลายคนโกรธแค้นระบบการเมืองของประเทศ ทุกคนเรียกร้องอยากให้พรรคประชาชนมีพื้นที่ ให้ทําภารกิจอะไรสักอย่างร่วมกับพรรค เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน
"ถ้ามีใครบอกว่า เลิกเชื่อในระบบอาสาสมัคร ผมเองก็คงต้องลาออกจากนักการเมือง เพราะผมเข้ามาทํางานการเมือง เพราะอาสาเหมือนกัน ดังนั้น ยังคงเชื่อว่า การทําระบบอาสาสมัคร ยังมีอยู่ในทุกหน่วยเลือกตั้ง และระบบการจัดตั้งที่เข้มแข็ง ใช้เงินแบบที่ทํากันอยู่ จะเป็นกลไกสําคัญ ที่จะทําให้เราทําการเมืองในอุดมคติเป็นจริงมากขึ้น" นายณัฐพงษ์ กล่าว
“ณัฐพงษ์” แจงบินร่วม GPM ที่สเปนใช้งบพรรค ป้อง “รักชนก” ปมโพสต์เดือด ชี้ สส.มีสิทธิ์แสดงความเห็น
นายณัฐพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการตั้งคำถามว่า พรรคประชาชนเดินทางเข้าร่วมประชุม Global Progressive Mobilization (GPM) ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 17–18 เมษายน 2569 ใช้งบประมาณในการดูงานจากไหน ว่า การไปดูงานที่สเปน เป็นการรวมพรรคการเมืองที่หัวก้าวหน้าทั่วโลก และพรรคประชาชนเองก็เป็นสมาชิก ที่ผ่านมาเราก็มีการไปร่วมงานนี้อยู่ตลอด
เพราะฉะนั้นในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณไม่น่าเป็นข้อกังวลหรือข้อห่วงใยอะไร อย่างไรก็ตามยืนยันว่า เราใช้ทรัพยากรของพวกเราในการดูงานเอง
ส่วนกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์วิจารณ์พี่หนูพี่เน จนทำให้เกิดการวิจารณ์ว่าไม่มีวุฒิภาวะ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การแสดงความเห็นของ สส. แต่ละท่านสามารถทำได้อยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่า แต่การแสดงความเห็นในลักษณะแบบนี้จะเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดี และสะท้อนเป็นตัวแทนความเห็นพรรคได้หรือไม่ และจะทำให้แฟนคลับพรรคลดลง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่จะยึดโยงผู้สนับสนุนพรรคให้เดินหน้าต่อไป คือการทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าตน สส.พรรคประชาชนยังคงยืนอยู่ตรงนี้และทำหน้าที่ทุกอย่างอย่างเต็มที่
เรื่องการวิพากษ์วิจารณ์รายวันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ กับสิ่งที่สำคัญมากกว่าคือการประชุมใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ผู้บริหารและองคาพยพทุกส่วน ที่จะมาถอดบทเรียนเรื่องร่วมกันว่าอะไรเป็นเข็มทิศที่จะทำให้พรรคประชาชนมุ่งไว้ข้างหน้า ทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าการเดินทางแบบนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้จริง