เมื่อวันที่ (22 พ.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา อดีตทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ถูกนำตัวเข้าให้ปากคำกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม หลังถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด ที่นางสาวนุชรา สิทธินอก แม่บ้านของเขา เปิดบัญชีรับโอนเงินจากพระผู้ใหญ่วัดสระเกศฯ 25 ล้านบาท
นายสมภพ ระงับทุกข์ ทนายความของ ร.ท.ฐิติทัตน์ ชี้แจงว่า ลูกความมายืนยันว่าไม่ส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด ส่วนอาวุธปืนและกระสุนปืนที่พบในบ้านหลายกระบอก ยืนยันว่ามีใบอนุญาตครอบครองถูกต้อง เพราะเป็นสมาชิกสมาคมยิงปืน และเป็นครูฝึกยิงปืน จึงซื้อไว้เพื่อการฝึกสอน ข้อกล่าวหารูปแบบเงินทอนวัดรอบนี้ แตกต่างจากการตรวจสอบครั้งก่อน เพราะรูปแบบเดิมที่พบในวัดต่างจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นฝ่ายเสนองบประมาณให้วัดไปทำโครงการต่างๆ แต่เงินกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ถูกโอนคืนให้กลับไปให้ข้าราชการในสำนักพุทธฯ
แต่กรณีของวัดดังในกรุงเทพฯ ไม่ได้โอนเงินกลับไป แต่เงินที่ได้รับมาเพื่อทำโครงการ กลับถูกโอนเข้าบัญชีฆราวาส หรือมูลนิธิบางแห่งแทน ตัวอย่างที่พบที่วัดสระเกศฯ ตำรวจพบเส้นทางการเงิน ปี2559 ซึ่งกองส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา อนุมัติงบเกือบ 70 ล้านบาท เป็นโครงการอบรมคุณธรรม จริยธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน 37 ล้านบาท และโครงการศูนย์กลางการเผยแผ่กิจการพระพุทธศาสนา 32 ล้านบาท ซึ่งต้องกระจายงบสู่วัดสาขา และจัดงานเผยแผ่ศาสนา แต่กลับพบการโอนเงินให้วัดสาขาแค่ไม่กี่แห่ง และไม่ได้จัดงาน โดยเงินถูกโอนเข้าบัญชีฆราวาสมากกว่า 10 บัญชีแทน รวมทั้งบัญชีของนางสาว นุชรา
โครงการนี้ มีนายณรงค์เดช ชัยเนตร ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นผู้อนุมัติงบ ในช่วงที่นายพนม ศรศิลป์ เป็น ผอ.สำนักพุทธฯ และมีนายชยพล พงษ์สีดา อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคนใหม่ของคดีนี้ และยังตรวจพบงบประมาณปี 2557 ซึ่งวัดสระเกศ รับเงิน 10 ล้านบาท เป็นค่าโรงเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งที่ไม่มีโรงเรียน โดยมีผู้ช่วยเจ้าอาวาส 2 รูป ซึ่งอยู่ในจำนวนพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีทุจริตเงินทอนวัดรอบ 3 เป็นผู้กำกับดูแล โครงการปี 2557 มีนายบุญเลิศ โสภา ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา เป็นผู้อนุมัติงบ ในช่วงที่นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เป็น ผอ.สำนักพุทธฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาอีกรายในคดี
ส่วนที่ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่ง ร.ท.ฐิติทัตน์ เคยทำงานดูแลความปลอดภัยให้ อ้างว่า งบอุดหนุนด้านเผยแผ่ศาสนาสามารถแปลงไปใช้ด้านอื่นได้ มีคำชี้แจงว่า ไม่พบเรื่องขอแปลงงบประมาณตามขั้นตอนที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากทั้ง ผอ.สำนักพุทธฯ และคณะรัฐมนตรีก่อน ซึ่ง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักพุทธฯ คนปัจจุบัน ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาสำนักพุทธฯ เสนอขอแปลงงบเมื่อปี 2558 เพียงครั้งเดียว คือขอแปลงงบวาตภัย