ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กทั่วโลก นอกเหนือจากสหภาพยุโรป จะได้เห็นข้อความบนหน้าเพจของตนเองแบบเต็มจอ ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายและวิธีที่เฟซบุ๊กนำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานหรือแชร์ รวมทั้งชี้แจงเงื่อนไขที่มีการปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อความโปร่งใส
นอกจากนี้เฟซบุ๊กจะแสดงให้ผู้ใช้เห็นว่ามีการนำระบบจดจำใบหน้าไปใช้อย่างไรบ้าง หรือรายละเอียดเกี่ยวกับการนำข้อมูลของผู้ใช้งานไปวิเคราะห์เพื่อแสดงเนื้อหาโฆษณาให้ตรงตามกลุมเป้าหมาย รวมทั้งแจ้งเตือนผู้ใช้งานว่าได้เปิดใช้ฟีเจอร์ใดไปแล้วบ้าง ซึ่งหากผู้ใช้งานไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขการใช้ข้อมูลแบบใด ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่นฟีเจอร์ที่ต้องการปิดการใช้งาน
โดยในวันนี้การแจ้งเตือนดังกล่าวได้ส่งให้กับผู้ใช้งานในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 28 ประเทศ พิจารณารับทราบและคลิกยอมรับเงื่อนไขใหม่ เพื่อให้สามารถใช้งานเฟซบุ๊กได้ต่อไป ตามกฎระเบียบการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป หรือกฎ GDPR ที่เริ่มบังคับใช้ในวันนี้ ซึ่งมีข้อกำหนดหลักคือให้บริษัท สมาคม หรือ ชมรม ที่ดำเนินกิจกรรมเก็บข้อมูลผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในยุโรปต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ก่อนนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้งาน และ หากเกิดการรั่วไหลของข้อมูล ต้องแจ้งให้ผู้ใช้งานได้ทราบภายใน 72 ชั่วโมง โดยผู้ฝ่าฝืนจะต้องโดนปรับมากถึง 4 เปอร์เซนต์ของรายได้บริษัททั้งหมดที่เกิดจากการประกอบการทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กนอกสหภาพยุโรป เช่น ประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องกดยอมรับเหมือนในสหภาพยุโรป เพียงแค่คลิกปิดการแจ้งเตือน 2 ครั้ง ก็จะเท่ากับว่าเป็นการยอมรับเงื่อนไขใหม่ และสามารถใช้งานเฟซบุ๊คต่อได้ทันที
ขณะที่การเริ่มบังคับใช้ กฎระเบียบการคุ้มครองข้อมูลทั่วไปในวันนี้ทำให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในสหภาพยุโรปทั้ง 28 ประเทศไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ข่าวของบางสำนักข่าวในสหรัฐฯ ได้ เช่น ชิคาโก ไทมส์ และ แอลเอ ไทมส์