ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ กฎหมายลูก ส.ส.ไม่ขัด รธน.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ ว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในเรื่องการตัดสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่มีข้อความใดขัด หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ขณะที่ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ออกมาระบุว่าการเลือกตั้งอาจจะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2562

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สภานิติบัญญัติให้ชาติ หรือ สนช. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 35 (4) และ (5) ในข้อที่ว่าหากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง จะทำให้ถูกจำกัดสิทธิ์ในการดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภา พร้อมกับจำกัดสิทธิ์ในการได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเกี่ยวกับผู้บริหารท้องถิ่น ล่าสุดเมื่อวานนี้ (30 พ.ค.61) ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณาและลงมติเอกฉันท์ในเรื่องดังกล่าวแล้วว่า ไม่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการดำรงตำแหน่งตามาตราดังกล่าวเป็นสิทธิ์ชนิดหนึ่งที่รัฐธรรมนูญที่ได้บัญญัติไว้แล้วก่อนหน้านี้

ส่วนมาตรา 92 วรรค 1 ของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่เกี่ยวข้องกรณีอำนวยความสะดวกแก่คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ให้สามารถมีผู้ช่วยเหลือขณะลงคะแนนได้นั้น ศาลรัฐธรรมนูญก็มีมติเอกฉันท์ ว่าไม่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากอำนวยความสะดวก หรือจัดให้มีความช่วยเหลือ ในการออกเสียงลงคะแนนของคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุตามมาตราดังกล่าว ยังอยู่ในขอบเขตของวิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่วางเอาไว้เช่นกัน

สำหรับประเด็นคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ยื่นคำร้องแทนนักการเมือง ให้วินิจฉัยความของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.. ที่ 53/2560 ซึ่งแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ว่าด้วยสิทธิของสมาชิกพรรคการเมืองที่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดอภิปรายพร้อมแถลงด้วยวาจา และลงมติอีกครั้ง ในวันที่ 5 มิถุนายนนี้

ด้านนายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. เปิดเผยภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า หลังจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องส่งคำวินิจฉัยกลับมายังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อส่งร่างกฎหมายต่อไปให้กับนายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯก่อนบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยจะมีระยะเวลาตามขั้นตอนไม่เกิน 90 วัน และเมื่อร่างกฎหมายได้รับการโปรดเกล้าฯก็จะทำให้กฎมายลูกทั้ง 4 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ แต่จะยังไม่สามารถนับ 1 กระบวนการจัดการเลือกตั้งได้ เพราะต้องนับไปอีก 90 วันถึงร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ถึงจะมีผลบังคับใช้  ทั้งนี้ทันทีที่ครบ 90 วัน รัฐบาลกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จะหารือกันเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งให้จัดขึ้นภายใน 150 วัน ดังนั้นเมื่อคำนวณระยะเวลาแล้วการเลือกตั้งก็จะมีขึ้นภายใน 11 เดือนนับจากเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะไปตรงกับช่วงเดือน เมษายน 2562 พอดี

ส่วนความคืบหน้าในการที่รัฐบาลเตรียมที่จะหารือกับพรรคการเมือง เพื่อพูดคุยถึงการเตรียมความพร้อมเรื่องการเลือกตั้ง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า การนัดพรรคการเมืองมาพูดคุยเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งในเดือนมิถุนายนนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ระบุว่าต้องให้ ร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.ประกาศใช้ก่อน ดังนั้น การพูดคุยจึงไม่น่าจะเป็นเดือนมิถุนายนอย่างที่เคยระบุไว้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ