เมื่อวันที่ (1 มิ.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปิดโปงกระบวนการลักลอบนำเข้าขยะพิษอีกรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากหลายประเทศไม่เอาไว้ แต่กลับพบมาอยู่ที่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบย่านนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ซึ่งเป็นที่พักตู้คอนเทนเนอร์ที่นำมาจากแหลมฉบัง ซึ่งพบว่าภายใต้ตู้คอนเทนเนอร์เต็มไปด้วยขยะถุงพลาสติกจำนวนมากและถือเป็นความผิดชัดเจน
ทันทีที่เปิดตู้ของบริษัท ลองลัค พลาสติก แอนด์ เมทัล จำกัด จำนวน 4 ตู้พบว่า มีแต่เศษถุงพลาสติกที่สกปรก และส่งกลิ่นเหม็นออกมา ซึ่งจากการสำรวจจำนวน 4 ตู้ รวมน้ำหนัก 58 ตัน ซึ่งในวันนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบัง ซึ่งเป็นที่พักของตู้คอนเทนเนอร์
แต่ปรากฎว่าพบเศษพลาสติกจำนวนมาก ซึ่งตามระเบียบพลาสติกจะต้องไม่มีขยะ หรือ สารเคมีปนเปื้อน และต้องเป็นพลาสติกสะอาด ถูกต้องตามกฏหมาย เพราะการอนุญาตให้นำเข้าพลาสติก มีเงื่อนไขในการนำเข้ามาเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตสินค้า หรือ รีไซเคิลได้ทันที โดยไม่มีการทำความสะอาดเพิ่มเติม แต่เศษพลาสติกที่พบ กลับเป็นขยะแถมยังกลิ่นเหม็น จึงถือเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้าในราชอาณาจักร
ด้านตัวแทนจากกรมโรงงาน ระบุว่า การอนุญาตประกอบกิจการดูตามกำลังเครื่องจักร และยอมรับว่ายังไม่ตรวจสอบบริษัทนี้ ทำให้ไม่ทราบว่าบริษัทนำเข้า สิ่งที่ไม่ใช่เศษพลาสติก ส่วนการได้รับอนุญาตเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจคือกรมโรงงานอุตสาหกรรม เบื้องต้นพบว่าบริษัทยังไม่ได้รับการอนุญาตประกอบกิจการ จึงแจ้งดำเนินคดีสำแดงเท็จนำเข้าพลาสติก แต่กลับพบว่าเป็นเศษขยะพลาสติก และความผิดฐานนำเข้าและส่งออกไปนอก ซึ่งสินค้าพลาสติกโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งโทษสูงถึงปรับ 500,000 บาท และต้องส่งกลับถุงพลาสติกเหล่านี้กลับประเทศต้นทาง
จากข้อมูลบริษัทนี้มีโควต้านำเข้า เศษพลาสติก ถึง 20,000 ตัน โดยนำเข้ามาในกิโลกรัมละ 1 บาท เท่านั้น และยังมีบริษัทที่ทำธุรกิจว่านำเข้าเศษพลาสติก มากกว่า 100 โรงงาน