วันนี้ (18 มี.ค. 58) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแก๊งปั่นไลค์โปรโมทเว็บไซต์ มีผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย นายชลิต ปฐมจารุกุล อายุ 61 ปี นายยศกร เสฎฐอุโฆษ อายุ 50 ปี น.ส.ขวัญอนงค์ แสงช้าง อายุ 44 ปี และนางเขมจิรา แหวนดวงเด่น อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 230 , 231 , 233 และ 234/2558 ลงวันที่ 16 มี.ค. 58 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนโดยโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปโดยกู้ยืมเงินเกิน 10 คน มีจำนวนเงินตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป อันมิใช่การกู้ยืมจากสถาบันการเงินตามกฎหมาย โฆษณา ประกาศ แพร่ข่าว หรือตกลงว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ผู้กู้ยืมในอัตราสูงเกินกว่ากฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมที่สถาบันการเงินพึงจ่ายได้
การจับกุมกลุ่มดังกล่าวสืบเนื่องจากมีผู้เสียหาย 17 ราย ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาร่วมกับพวกอีก 2 คน ที่ยังหลบหนี หลอกลวงให้ร่วมลงทุนโปรโมทเว็บไซต์ของบริษัท ชิปทูริช จำกัด และบริษัท พอยท์ทูริช จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 89/222 ถนนหทัยราษฎร์ แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ซึ่งผู้ต้องหาจะแบ่งหน้าที่กันทำงาน โดยนายชลิตอ้างตัวว่าเป็นกรรมการผู้จัดการ นายยศกรเป็นหุ้นส่วน นางเขมจิราซึ่งเป็นภรรยานายชลิต ทำหน้าที่อธิบายแผนการลงทุน ส่วน น.ส.ขวัญอนงค์ เป็นผู้ชักชวนผู้เสียหายมาลงทุน
สำหรับวิธีการหลอกลวงนั้น บรรดาผู้เสียหายจะต้องลงทะเบียนเพื่อขอเปิดบัญชีผู้ใช้งาน (Account) กับทางเว็บไซต์บริษัทแห่งนี้ โดยจะต้องเสียเงินค่าสมัครเปิดแอคเคาท์ละ 20,000 บาท ส่วนค่าตอบแทนที่จะได้รับจะเกิดจากการเข้าไปคลิกเข้าชมเว็บไซต์ โดยคลิก 1 ครั้ง จะได้รับเงิน 2,500 บาท สามารถกดคลิกได้ทุก10 วัน หรือ 3 ครั้งต่อเดือน ค่าตอบแทนจะได้รับมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการเปิดแอคเคาท์ ซึ่งนายชลิตจะโน้มน้าวอ้างว่าการมียอดการเข้าชมเว็บไซต์จำนวนมาก หรือช่วยโปรโมทเว็บไซต์ก็จะเป็นที่มาของรายได้จากโฆษณาที่จะเข้ามาลงในเว็บไซต์ของบริษัท หากมีรายได้มากก็จะสามารถจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายได้มาก
"สำหรับการหลอกลวงดังกล่าวนั้น เมื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่าเป็นเพียงการกล่าวอ้าง โดยระยะแรกทางผู้ต้องหาก็จ่ายเงินค่าตอบแทนให้จริง แต่หลังจากมีผู้มาลงทุนเปิดแอคเคาท์มากขึ้นแล้วก็จะไม่จ่ายเงินให้และเชิดเงินที่ได้จากค่าสมัครเปิดแอทเคาท์หลบหนีไป โดยเบื้องต้นพบว่าเกิดความเสียหายไม่ต่ำกว่า 22 ล้านบาท ซึ่งยังมีผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 2 ราย คือ น.ส.สุพรรณี ทองคำ เป็นผู้ทำหน้าที่ฝ่ายบัญชี มีเอกสารที่ได้รับการโอนเงินจากกลุ่มผู้เสียหาย และนายกวีวัฒน์ โพธิ์ธาเจริญ ที่เป็นโปรแกรมเมอร์ คอยดูแลจัดการเรื่องระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทแห่งนี้ โดยทั้ง 2 ยังอยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุมอยู่ แต่ขณะนี้ทางชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.ได้เร่งขยายผลติดตามจับกุมตัวแล้ว " พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายชลิต พบว่าเคยถูกจับกุมในคดีร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์มาก่อนหน้านี้ในท้องที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร โดยมีพฤติการณ์กระทำความผิดลักษณะคล้ายกัน และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล แต่นายชลิตได้รับการประกันตัวออกมาก่อนจะลงมือก่อเหตุซ้ำอีก
นอกจากนี้ ฝากเตือนไปยังผู้ที่คิดจะลงทุนในลักษณะดังกล่าว ขอให้อย่าหลงเชื่อและขอให้ตั้งสติว่าการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงแบบนี้ไม่มีจริง หากไม่มั่นใจขอให้ประสานตรวจสอบข้อมูลกับทางตำรวจ บก.ป.ก่อนตัดสินใจเพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพ
ขณะที่ นางอุไรวรรณ เหล็กดี อายุ58 ปี อาชีพประกอบธุรกิจส่วนตัว หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า เมื่อช่วงกลางปี 2557 ได้รับการชักชวนผ่านเพื่อนซึ่งรู้จักกับนายชลิตเนื่องจากเคยทำธุรกิจด้วยกัน ได้แนะนำให้ลงทุนโปรโมทเว็บไซต์ดังกล่าว จึงลองเปิดหน้าเว็บไซต์เข้าไปดู จากนั้นก็รับฟังแผนการลงทุน จึงทดลองสมัครเปิดแอคเคาท์ในครั้งแรก ค่าสมัคร 2,500 บาท เมื่อเข้าไปคลิกก็จะได้รับค่าตอบแทน 300 บาท คลิกได้เพียง 3 ครั้งต่อเดือน ผลคือได้รับเงินค่าตอบแทนรวม 900 บาท/เดือน
"เมื่อเห็นว่าได้ผลตอบแทนจริงและไม่ต้องทำอะไรมากแค่มีเงินไปลงทุนเปิดแอคเคาท์ จึงตัดสินใจสมัครเปิดแอคเคาท์ไป 216 แอคเคาท์ จ่ายเงินไป 540,000 บาท ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วจะต้องได้รับเงินค่าตอบแทน 194,400 บาท แต่กลับไม่มีการโอนเงินจำนวนนี้มาให้ กระทั่งเดือน ธ.ค. 57 ได้ทวงถาม นายชลิตก็อ้างว่าบริษัทกำลังมีปัญหา ขอเลื่อนการจ่ายเงินค่าตอบแทนออกไปเป็นวันที่ 10 ม.ค. 58 แต่หลังจากครบกำหนด ก็มีการขอเลื่อนกำหนดจ่ายออกไปเป็นวันที่ 1 เม.ย.นี้ ซึ่งเริ่มรู้สึกมีพิรุธ จึงโทรศัพท์ไปสอบถามแต่ก็ไม่สามารถติดต่อนายชลิตได้อีก เมื่อเดินทางไปที่บริษัทดังกล่าวก็พบว่ามีการขนย้ายข้าวของปิดบริษัทหลบหนีไปแล้ว จึงแน่ใจว่าถูกหลอก" นางอุไรวรรณ กล่าว
อย่างไรก็ตาม พบมีผู้เสียหายหลายรายที่ถูกหลอกเช่นเดียวกับตน จึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความไว้ที่ บก.ป.ก่อนจะมีการติดตามจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว และพวกตนได้นัดกันมาชี้ตัวเพื่อดำเนินคดี อยากฝากเตือนผู้ที่คิดจะลงทุนแบบนี้อย่าได้หลงเชื่อเพราะอาจตกเป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน
ด้านผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ต้องหาทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ โดยนายชลิตระบุว่าจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น โดยในระหว่างการแถลงข่าวทางชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.นำโดย พ.ต.อ.จิรภพ ได้นำแผนผังการกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหามาอธิบายขั้นตอนการหลอกลวงและพฤติการณ์ในการกระทำความผิดอย่างละเอียดด้วย