คณะกรรมการนโยบายการเงิน ของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% อยู่ที่ 1.75- 2 % ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ นับเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ในปีนี้ และส่งสัญญาณจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยคาดว่าจะปรับขึ้นในเดือนก.ย.และธ.ค.
แถลงการณ์หลังการประชุมของเฟดระบุว่า เฟดจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไป ขณะที่ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจยังคงมีความสมดุล นอกจากนี้เฟดได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯในปีนี้ อยู่ที่ 2.8% จากเดิม 2.7% และคงตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจในปีหน้าอยู่ที่ 2.4%
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ ทั้งญี่ปุ่น จีน อ่องกง เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดร่วงลงเมื่อคืน หลังจากเฟด มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%
สำหรับตลาดหุ้นไทย เปิดตลาดดัชนีปรับตัวลดลง 7.39 จุด ที่ระดับ 1,710.95 จุด ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.12 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากราคาปิดเมื่อวานนี้ระดับ 32.16 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า ในฝั่งของสกุลเงินเอเชียและเงินบาท แนะนำว่านักลงทุนต้องจับตาดูความคืบหน้าของภาพรวมสงครามการค้าที่อาจกดดันเศรษฐกิจโลก และราคาสินค้าพลังงานที่เริ่มปรับตัวสูงอีกจะเป็นสองปัจจัยที่ทำให้ตลาดมีโอกาสปิดรับความเสี่ยง (risk off) เงินเอเชียและเงินบาทอาจอ่อนค่าต่อได้
ในทางกลับกัน แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางเอเชียรวมถึงภาคการส่งออกที่แข็งแกร่งก็จะยังคงเป็นปัจจัยที่หนุนสกุลเงินเอเชียให้ไม่อ่อนค่าแรงเช่นกัน มองกรอบเงินบาทระหว่างวันที่ระดับ 32.07-32.17 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ