ก่อนเข้ารายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ทีมข่าวพีพีทีวีได้พูดคุยกับ นายสุพจน์ สระกบแก้ว หรือ “เก๋” หนึ่งในวัยรุ่นที่จัดทำคลิปวิดีโอซึ่งรับหน้าที่เป็นคนถ่ายคลิปวิดีโอและแสดงด้วย “วัยรุ่นป่วนเมือง” เสืออโศก ของพาจิต ชาแนล ที่บริเวณแยกอโศก ก่อนที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ สน.ทองหล่อ จะเชิญตัวนายสุพจน์ ไปสอบปากคำและเสียค่าปรับที่ สน.ทองหล่อ บริเวณหน้าสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี
นายสุพจน์ เปิดเผยว่า ตอนนี้ที่ตนรู้สึกคือ ขอโทษที่ได้ทำลงไป ตนทำผิดก็ต้องยอมรับผิดในสิ่งที่ทำ ตนไม่สามารถจะแก้ตัวอะไรได้แล้ว เพราะมันเห็นกันจะๆอยู่แล้ว ตอนอยู่กับเพื่อนก็คิดในแบบวัยรุ่นไม่ได้คิดในแบบมุมแคปกว้าง ก็คิดว่าแค่อยากได้คลิปแบบนี้นะแค่นั้น พอเราถ่ายทำแล้วปล่อยคลิปออกมาเห็นกระแสตอบรับที่ออกมา เราเห็นสังคมบอกมา ว่ามันไม่ดีนะ มันทำให้เราคิดได้ ว่ามันแย่ ไม่สมควรทำ ตอนนั้นคิดว่าอยากจะทำคอนเทนท์แนวใหม่ที่ไม่มีใครทำ
ที่ผ่านมา “เก๋” บอกว่าได้ทำมาประมาณ 10 กว่าคลิป ในระยะเวลาประมาณ 5-6 เดือน เราเป็นแค่ช่องสองช่องมารวมกัน ตนจะอยู่คนเดียวทำคนเดียว แต่กลุ่มเสลด จะเป็นเหมือนกลุ่มวัยรุ่นด้วยกันทำคลิปวิดีโอเกี่ยวกับเจ็บตัว ส่วนช่องของตนจะเป็นช่องเกี่ยวกับแกล้งคน เกรียนๆ แต่ครั้งนี้เป็นการชวนเพื่อนว่ามาถ่ายให้หน่อย แค่นั้นเอง ส่วนคลิปของตน 10 คลิปที่ผ่านมา เกี่ยวกับการแกล้งคนในที่สาธารณะ เช่น ตะโกนดังๆในที่สาธารณะ ร้องเพลงในที่สาธารณะ ก็มีบางอันที่ป่วนๆบ้าง เช่น นอนในบีทีเอส โจทย์คือให้คนสนใจ ก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ
“พอเรามาเจอกัน 4 คนก็ชวนมาว่า เรามาทำคลิปร่วมกันไหม จะได้ดึงยอดคนดูให้มาดูเรา ก็นัดกันว่าจะมาทำแบบนี้ร่วมกัน ทั้งสไลด์ลงมาจากบันไดเลื่อน เขย่าต้นไม้ กระโดดถีบ ยกเว้นการเหยียบรถ นอกนั้นเป็นสิ่งที่คิดกันมาแล้ว ในส่วนของการเหยียบรถยอมรับเป็นคนถ่ายคลิป ตอนนั้นจะมีตากล้อง 2 คน คือผมกับโน๊ตในวันนั้นผมพาวันมาด้วย แล้วเขาก็บอกว่า อยากกระโดดขึ้นรถ ตอนนั้นเราก็ทำเป็นไม่สนใจ จากนั้นก็เกิดการท้าทาย ตอนนั้นเราก็ไม่อยากทำ ได้เตือนแล้ว เขาก็บอกว่า ให้เราแค่ถ่ายอย่างเดียว ถ้ามีอะไรมาเดี๋ยวเขาจะรับคนเดียว ยอมรับว่ามีการยั่วยุเป็นอารมณ์วัยรุ่น”
นายสุพจน์ ยอมรับว่า ตอนนั้นรู้สึกตกใจมาก เพราะนึกว่าเขาจะแค่กระโดดสไลด์ นึกว่าจะกลิ้งผ่านฝากระโปรงไป แต่ที่ออกมาคือกระโดดเหยียบไป 4 คัน ตอนนั้นตนก็ทำอะไรไม่ถูก แล้วก็วิ่งกันขึ้นบีทีเอสกลับบ้านไป หลังจากนั้นตอนโพสต์แน่นอนว่าทำสื่อก็อยากให้คนสนใจ อยากเรียกร้องความสนใจ ตอนนั้นก็มีความกลัวบ้างที่ชาวบ้านจะด่า แต่มันก็มีความคิดที่อยากจะลง ก็คิดว่ามันเปรี้ยงแน่ แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ ช่องของเราเป็นช่องเพิ่งเริ่มทำ วันแรกคนดูหมื่นวิว แล้วก็มีกระแสตีกลับ ตอนนั้นก็มีการคุยกับเพื่อนว่าจะลบทุกอย่าง แต่เมื่อมันหนีไม่ได้ก็จะยอมรับผิด เลยมาออกสื่อเพื่อยอมรับผิด ส่วนแม่ก็บอกว่าทีหลังอย่าทำแบบนี้ ท่านก็ให้กำลังใจ ส่วนตัวเป็นคนชอบแกล้งเพื่อน เฮฮา ยืนยันว่าไม่มีปมด้อย แค่อยากทำเรื่องที่ชอบ และทำให้คนอื่นคลายเครียด
“ตอนนั้นก็คิดว่าเมื่อผมกล้าที่จะทำก็ต้องกล้าที่จะรับผิด เราอยากได้คอมเมนท์ มาเพื่อปรับปรุงในคลิปต่อไป ครั้งนี้ผมรู้แล้วว่าสิ่งที่ทำมันไม่ดี ความชอบทำอะไรที่ท้าท้ายยังจะมี แต่จะไม่ทำอะไรที่เดือดร้อนชาวบ้านแบบนี้อีก ส่วนสิ่งที่วันไปออกสื่อแล้ว บอกว่าทำไปเพราะคลายเครียด โจทย์คืออยากให้ตำรวจไล่ ทำให้ผมโมโห เพราะเราพยายามทำให้เราดีขึ้น เพราะหากเกิดอะไรขึ้นจะลบคลิป แต่ที่เผยแพร่อยู่เขาไม่ยอมลบจนคนดูมันหลักล้านวิวแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร”
สำหรับกรณีนี้ “นพ.สิทธา ลิขิตนุกูล” แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม บอกว่า วัยรุ่นเป็นวัยที่อยากคิดอยากลองอยู่แล้ว เป็นวัยที่จะเด็กก็ไม่เด็ก จะเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่เป็นผู้ใหญ่ ถ้าเขาขาดการชี้แนะจากผู้ใหญ่ที่อยู่ข้างๆตัวเขาก็อาจจะทำให้เขาเขว หรือหลงไปทางไหนได้ ปัจจุบันวัยรุ่นจะติดโซเชียล ชอบกระแสสังคมต่างๆ บางทีเขาอาจจะไม่ได้เก่งในโลกของความเป็นจริง แต่ถ้าเขาทำอะไรก็ตามที่เขามีตัวตนในโลกไร้ตัวตนก็จะทำให้เขามีชื่อเสียงหรือเป็นคนที่มีตัวตนขึ้นมา ยิ่งยอดไลค์ ยอดแชร์ที่เยอะขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านดีหรือไม่ดี ก็ถือว่ามีคนตอบรับเขาแล้ว แม้ว่าจะโดนด่าก็ตาม
แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม กล่าวว่า เชื่อหรือไม่เวลาคนที่เขาทำเรื่องดีๆมา คนจะชมได้แป๊บเดียว เช่นเป็นฮีโร่ไปช่วยคน ก็ชมกันไม่กี่วัน แต่ถ้าทำเรื่องแย่ๆ แล้วโดนด่าก็จะด่ากันยาว สำหรับคนที่โดนด่าในความรู้สึกของบางคนถ้าเป็นคนที่ต้องการทำเพื่อเรียกร้องความสนใจอยู่แล้ว ตรงนั้นเป็นจุดที่ทำให้เขารู้สึกว่าต้องทำใหม่ ทำต่อเนื่องให้มันโดนมากขึ้น จะทำให้กระแสมากขึ้น ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าเขามีความสนใจเขา กว่าการที่เขาทำคลิปดีๆ เขาเลยต้องทำเรื่องที่ล่อแกลม ส่วนคนที่ไม่ได้ต้องการเรียกร้องความสนใจแบบนี้เมื่อเจอแบบนี้ก็อาจจะทำให้เขาซึมเศร้า ไม่เอาแล้ว บางคนถึงขั้นกับคิดฆ่าตัวตาย
นพ.สิทธา บอกว่า ต้องยอมรับว่าน้องเก๋ และน้องวัน เป็นคนที่มีหัวครีเอทีฟดีมาก แม้มันจะเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่เชื่อว่าคนก็อยากจะมาดูต่อ ว่าต่อไปจะโดนด่าอะไรอีกไหม จุดดีของน้องคือการทำคลิปวิดีโอ ที่มีความสามารถเก่งกว่าหลายๆคน ถ้าน้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ตรงนี้ไปทำเรื่องดีๆ แล้วให้คนติดตามเรื่องดีๆ คิดว่าคนน่าจะติดตามมากขึ้นก็ได้
“การที่กลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้ทำคลิปแกล้งคน ไม่ได้มีเจตนาที่ทำให้คนอาย หรือคนเจ็บ แต่ต้องการให้คนสนใจเขา บางทีเขากรี๊ด เขาแหกปากกลางตลาดก็คืออยากให้คนมาสนใจเขา คืออยากให้คนมามอง สมมติถ้าเราไม่สนใจเขาเลย ไม่มีคนคอมเมนท์ ไม่มีคนแชร์ ไม่มีคนสนใจติดต่อ ติดตาม เป้าหมายเขาเฟล เขาก็จะไม่กล้าทำต่อ ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเป็นเมืองที่ถ้อยทีถ้อยอาศัย แต่ก็ชอบดูคลิปแกล้งคน หรือคลิปไม่ดีเหล่านี้ พอดูแล้วก็แชร์ต่อ การที่คุณแชร์ต่อส่งต่อก็ยิ่งเป็นจุดกระตุ้นให้พวกเขาบอกว่าเขาทำสำเร็จแล้ว หากบอกว่าแชร์ไปด่ามันก็มีคนดูต่อ เพราะเขาถือว่าคนมาด่าก็เป็นคนที่สนใจเขา”
สำหรับเด็กวัย 19-20 ปี นพ.สิทธา ถือว่าเป็นเด็กโตแล้ว กรณีการปีนขึ้นไปบนหลังคารถไฟใต้ดิน ปีนขึ้นไปบนรถ เขารู้ว่าเหมาะสมหรือว่าไม่เหมาะสม คิดว่าตัวเองจะมีเรตติ้ง แต่เขาลืมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ละเมิดสิทธิผู้อื่นหรือไม่ ทำให้ทรัพย์สินเสียหายหรือไม่ ผิดกฎหมายหรือเปล่า ถ้าเรารู้และยั้งความคิดไม่ทำก็จะเป็นเรื่องที่ดี ส่วนทำไมวัยรุ่นเป็นล้านๆคนถึงไม่ทำแบบนี้ เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับครอบครัว และการเลี้ยงดู อาจจะมาจากตอนเด็กๆพ่อแม่ไม่มีเวลาให้เขาเต็มที่ เวลาเขามีปัญหาเขาไม่ได้ปรึกษาพ่อแม่ แต่เขาไปปรึกษากับเพื่อนกันเอง ทำให้เกิดการท้าทายกัน อะไรก็ตามที่คิดว่าทำแล้วชนะใจเพื่อนก็ทำ โดยที่ไม่คิดถึงผลที่ตามมา พอทำเสร็จเริ่มมีกระแสตามมา พอมากระทบกับตัวเองก็เริ่มที่จะมาขอโทษสื่อแล้ว
“เด็กกลุ่มนี้ไม่เชิงเป็นเด็กมีปัญหา แต่ครอบครัวอาจจะไม่มีเวลาให้เขาเต็มที่ เวลาที่เขาอยากจะลองอยากจะเรียนรู้แต่ไม่กล้าปรึกษา เมื่อจับได้ว่าลูกโกหก พ่อแม่ต้องกลับมาปรับใหม่แล้ว ทำตัวเหมือนเป็นเพื่อนไม่ใช่พ่อแม่ พ่อแม่ต้องเป็นคนที่เขาพร้อมปรึกษาเมื่อมีปัญหาได้ พ่อแม่ต้องทำพฤติกรรมที่ดีเพื่อไม่ให้เกิดการเลียนแบบของลูก เพราะตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของลูกที่ทำอะไรแปลกๆ ลูกอยู่กับเพื่อนก็เป็นสังคมของลูก แต่กลับมาบ้านต้องมีการพูดคุยกับพ่อแม่ พ่อแม่จะสอนให้รู้ว่าอะไรคือสำนึกที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคม อยู่กับเขาให้มากขึ้น ขณะที่น้องเก๋ที่บอกว่าอยากจะมีเวทีในการแสดงออก แต่อย่าลืมว่ามันมีเวทีในด้านดีและไม่ดี ตอนนี้เขามีช่องยูทูบแล้ว ที่ทุกคนสามารถมีได้ หลังจากเหตุการณ์นี้เชื่อว่าความครีเอทีฟเหล่านี้ของเขาจะนำไปทำในเรื่องดีๆได้บ้าง" นพ.สิทธา แนะนำ
ชมคลิปที่นี่...เปิดใจ “โจ๋” คลิปป่วนอโศก ขอโทษสังคม แค่อยากมีเวทีแสดงออก ขอเดินหน้าทำต่อ แต่จะไม่ให้ใครเดือดร้อน