แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กร NGO ระดับโลกที่ทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เปิดเผยข้อมูล “โทษประหารชีวิต 2560: ข้อเท็จจริงและตัวเลข” แก่สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2561 ที่ผ่านมาว่า ในปี 2560 ได้เกิดการประหารชีวิตอย่างน้อย 993 ครั้งใน 23 ประเทศทั่วโลก ซึ่งลดลง 4% จากปี 2559 (1,032 ครั้ง) และลดลง 39% จากปี 2558 (1,634 ครั้ง)
รายงานระบุว่าปัจจุบันนี้มีการใช้และการปฏิบัติโทษประหารชีวิตจริงใน 23 ประเทศเท่านั้น และการประหารชีวิตเกิดขึ้นมากที่สุดในประเทศ จีน อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย อิรัก และปากีสถาน เรียงตามลำดับ
โดยประเทศที่มีการประหารชีวิตประชาชนมากที่สุดในโลกคือประเทศ จีน แต่ตัวเลขที่แท้จริงของการใช้โทษประหารชีวิตในจีนนั้นไม่มีปรากฏให้เห็น เนื่องจากข้อมูลการใช้โทษประหารชีวิตเป็นข้อมูลความลับของทางราชการจีน ตัวเลขการประหารชีวิตระดับโลกอย่างน้อย 993 ครั้งจึงไม่นับรวมการประหารชีวิตอีกหลายพันครั้งซึ่งแอมเนสตี้ฯ เชื่อว่าเกิดขึ้นในจีน
ข้อมูลจากแอมเนสตี้ฯ ยังระบุว่า ในเขตภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในปี 2560 ได้เกิดการประหารชีวิตอย่างน้อย 93 ครั้งใน 9 ประเทศทั่วภูมิภาค ลดลงจากอย่างน้อย 130 ครั้งใน 11 ประเทศในปี 2559 การลดลงดังกล่าวเป็นผลมาจากการลดลงของการประหารชีวิตในปากีสถาน ซึ่งลดลงถึง 31%
แม้บางประเทศจะลดการประหารชีวิตลง แต่มีบางประเทศที่ตัวเลขการประหารชีวิตเพิ่มขึ้น เช่น ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเทียบกับปี 2559 มีการประหารชีวิตประชาชนเพิ่มขึ้นสองเท่า จาก 4 ครั้ง เป็น 8 ครั้ง โดยเป็นการประหารชีวิตในคดียาเสพติดทั้งหมด เป็นต้น
แอมเนสตี้ฯ ระบุไว้ในเอกสารว่า “ตลอดทั่วเอเชียแปซิฟิกยังคงมีการใช้โทษประหารชีวิตอย่างกว้างขวางกับความผิดที่ไม่ถึงขั้นเป็น “อาชญากรรมที่ร้ายแรงสุด” ซึ่งถือว่าขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศ”
สำหรับประชาคมอาเซียนซึ่งประกอบด้วย 10 ประเทศรวมถึงประเทศไทยนั้น กัมพูชา และฟิลิปปินส์ ได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับความผิดทางอาญาทุกประเภทแล้ว ส่วนลาว พม่า และบรูไน ได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตในทางปฏิบัติ คือยังคงไว้ซึ่งโทษประหารชีวิต แต่ได้ระงับการประหารชีวิตจริงเป็นระยะเวลา 10 ปีติดต่อกัน ส่วนประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนามยังคงมีและใช้โทษประหารชีวิตอยู่
ในส่วนของประเทศไทยนั้น ข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม (http://www.correct.go.th/stathomepage) ณ วันที่ 21 มิถุนายน 2561 ระบุว่า มีนักโทษประหารรวมทุกประเภทจำนวน 482 คน เป็นชาย 398 คน และหญิง 84 คน กว่าครึ่งหนึ่งเป็นนักโทษในคดียาเสพติด
ประเทศไทยมีการประหารชีวิตครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2552 และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ที่ไม่มีการประหารชีวิต โดยแอมเนสตี้ฯ ระบุว่าหากไม่มีการประหารชีวิต 10 ปีติดต่อกัน ทางองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) จะถือว่าเป็นประเทศที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตในทางปฏิบัติทันที
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ได้บังคับโทษตามคำพิพากษาของศาลด้วยการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดชาย ธีรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังคดีฆ่าชิงทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 ประกอบมาตรา 19 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประหารชีวิตนักโทษ พ.ศ.2546 นับเป็นนักโทษคนแรกในรอบ 9 ปีที่ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดสารพิษ ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่มีการใช้และการปฏิบัติโทษประหารชีวิตต่อไป
ภาพ : AFP
หมายเหตุ : ภาพใช้เพื่อการประกอบข่าวเท่านั้น