บูรณะนิเวศชี้ “ขยะพิษ” เข้าไทย เพราะมีนโยบายกฎหมายเอื้ออำนวย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แม้การตรวจสอบโรงงานที่กระทำความผิด ทั้งนำเข้า ส่งต่อ และลักลอบทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ จะมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการที่รัฐบาลตั้งคณะกรรมการมาแก้ไขและสั่งห้ามการนำเข้าที่ไม่ถูกต้องทั้งหมดแล้ว แต่วันนี้ มูลนิธิบูรณะนิเวศ ซึ่งเป็นองค์กรที่ติดตามและทำวิจัยเกี่ยวกับปัญหานี้มาโดยตลอด ออกมาเสนอข้อมูลที่น่าสนใจว่า จะต้องไปดูข้อกฎหมายและนโยบายของรัฐบาลด้วย หลังพบว่า มีหลายประเด็นเอื้อต่อการเปิดช่องให้ “ขยะ” ประเภทต่างๆ ถูกนำเข้ามาในประเทศไทย

วันนี้ (12 มิ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นแรกที่มูลนิธิบูรณะนิเวศ เห็นว่า เป็นช่องทางทำให้ “ของเสียอันตราย” จำนวนมาก ถูกนำเข้ามาในประเทศไทย คือ บทบาทของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผู้ออกใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงงานคัดแยกขยะ ประเภท 105 และโรงงานรีไซเคิล ประเภท 106 โดยระบุว่า การออกใบอนุญาตทำได้รวดเร็วและง่ายขึ้น และยังเปิดช่องให้โอนหรือเช่าโรงงานได้ง่ายด้วย

การอนุญาตให้โรงงานอุตสาหกรรม สามารถฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ภายในบริเวณโรงงานได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตเป็นโรงงานประเภท 105 เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มูลนิธิบูรณะนิเวศ ตั้งข้อสังเกตไว้ เพราะแม้การอนุญาตฝังกลบ จะอนุญาตเฉพาะของเสียไม่อันตราย แต่จะทราบได้อย่างไรว่า ของเสีย ที่ถูกฝังกลบ ไม่ใช่ของเสียอันตราย ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลว่า มีของเสียอันตรายหายไปจากระบบปีละกว่า 2 ล้านตัน

ประเด็นสุดท้าย ที่มูลนิธิบูรรณะนิเวศ ตั้งคำถามต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม คือ การยกเว้นการใช้ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย 2 มาตรา ที่ทำให้ไม่ต้องยื่นขออนุญาต และไม่ต้องยื่นขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ซึ่จะส่งผลทำให้ไม่มีฐานข้อมูลในระบบ


ดังนั้นมูลนิธิบูรณะนิเวศ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลสอบสวนการออกใบอนุญาตตั้งโรงงานประเภท 105 และ 106 และโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดและรีไซเคิลทั้งหมดว่ามีที่มาถูกต้อง เหหมาะสมหรือไม่ และขอให้ทบทวน แก้ไข หรือยกเลิกกฎหมายและประกาศบางฉบับ ที่ให้ยกเว้นการใช้ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย รวมทั้ง ขอให้แยกประเภทโรงงานต่างๆใหม่ เช่น โรงงานประเภท 101 ควรแยกกิจการเตาเผา กับ บำบัดน้ำเสียออกจากกัน

 ส่วนโรงงานประเภทคัดแยกขยะ 105 ต้องแยกการคัดแยก ของเสียอันตราย ของเสียไม่อันตราย และขยะอิเล็กทรอนิกส์ ออกจากกันให้ชัดเจน โดยใช้หลักการเดียวกันนี้ กับโรงงานรีไซเคิล ประเภท 106 พร้อมเรียกร้องให้โรงงานทั้ง 3 ประเภท ต้องทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพด้วย โดยมีข้อเสนอระยะยาวว่า ต้องยกร่าง พ.ร.บ.โรงงานใหม่ ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม มีอำนาจหน้าที่เฉพาะในส่วนการอนุญาต ส่วนการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและมลพิษจากโรงงาน ควรแยกออกมาเป็นอำนาจของหน่วยงานอื่น

ส่วนประเด็นในเชิงนโยบาย มูลนิธิบูรณะนิเวศ แสดงข้อมูล ข้อตกลงการเปิดเสรีทางการค้า ระหว่างไทยกับอีก 14 ประเทศ โดยยกตัวอย่างข้อตกลงการค้าเสรีกับญี่ปุ่นและจีนว่า มีการระบุถึงการเปิดรับสินค้าหลายรายการที่เป็น ขยะ หรือ ของเสียอันตราย เข้ามาในประเทศไทยด้วย จึงเยกร้องให้รัฐบาลเจรจาแก้ไขความตกลงทางเศรษฐกิจเหล่านี้ในบางประเด็น รวมทั้งยังเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 4/2559 เรื่องการยกเว้นผังเมืองรวมกับกิจการโรงงานบางประเภท ซึ่งทำให้มีโรงงานเหล่านี้เพิ่มจำนวนขึ้นมากในพื้นที่นอกนิคมอุตสาหกรรม

จากข้อยกเว้นทางกฎหมาย ประกาศ คำสั่ง และนโยบายทั้งหมดที่ยกมา ทำให้มูลนิธิบูรณะนิเวศ ชี้ให้เห็นว่า ไทย เป็นแหล่งรับขยะของโลกรองลงมาจากจีนและอินเดีย และเมื่อจีนมีนโยบายห้ามนำเข้าขยะ ทำให้ขยะและของเสียอันตราย มุ่งเข้ามาสู่ประเทศไทย เพราะกฎหมายเอื้ออำนวย รวมทั้งนักลงทุนในกิจกรขยะจากจีน ก็ย้ายมาที่ประเทศไทยด้วย

มูลนิธิบูรณะนิเวศ ยังเสนอให้ คสช.ยกเลิกคำสั่งที่ 4/2559 เรื่องการยกเว้นผังเมืองรวมสำหรับกิจการโรงงานบางประเภทด้วย หากต้องการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ