วันนี้ ( 30 มิ.ย.61) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่า จากเหตุการณ์ในตอนนี้ อยากให้เรากลับมาดูตัวเราเองว่าเราเป็นส่วนที่ส่งกำลังใจในการสนับสนุน เราต้องมีความพร้อม อยากให้ประมาณว่าเรารับได้ขนาดไหน ถ้าเริ่มรู้สึกว่าตรึงเครียดมากเกินไป ด้วยตัวอารมณ์ รู้สึกกดดันมาก เริ่มรู้ทำไมสภาพร่างกายเราดูอ่อนล้าลง ต้องยอมรับว่า 1.เราต้องพักผ่อน 2.เราต้องมีกิจวัตรประจำวันที่ต้องดำเนินการ มีหน้าที่การงานที่ต้องปฏิบัติอยู่ 3.ลดการรับข้อมูล รับข้อมูลจากสถานีหลักๆ ไม่ควรไปตามทั้งหมด เพราะข้อมูลมันจะมากมายและซ้ำวนไปวนมา เลือกแหล่งที่จะให้ข้อมูล ที่สำคัญที่สุดคือควรดูแลคนรอบข้างด้วย
“ข้อบ่งชี้ที่เกิดความเครียด ดูได้จากกิจวัตรประจำวันคือ เวลากินไม่กิน หรือเวลานอนไม่นอน ไม่พักผ่อน ทานข้าวไม่อร่อย นอนก็ไม่หลับไม่ค่อยดี ใครมาคุยก็หงุดหงิดโดยที่ไม่มีเหตุผล อันนี้ก็แปลว่าตรึงเครียดมากเกินไป”
ขณะที่บางคนติดตามข่าวมากเกินไปจนหงุดหงิดกับคนรอบข้าง กรณีนี้ “พญ.พรรณพิมล” บอกว่า เป็นสัญญาณที่อารมณ์เราไม่รับฟังอะไรแล้ว หงุดหงิดโดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรมาก เหมือนดูในในโซเชียลมีเดียถ้าเห็นอะไรไม่พอใจ เราก็ต้องไปพิมพ์ตอบโต้ ตรงนี้เราน่าจะตรึงเครียดกับเหตุการณ์มากเกินไป เราเป็นเหมือนกองเชียร์ต้องถอยออกมาทำหน้าที่ของตัวเองให้พอเหมาะ ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เขาทำงาน แล้วเราก็ติดตามพอประมาณในพื้นที่ของเรา
โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แนะนำว่า ถ้าคนใกล้ชิดมีอาการเครียดก็ต้องชวนคุย อย่าไปบอกว่าเขาเครียด ให้ชวนคุยเบี่ยงประเด็น อยากให้เขาคุยเรื่องที่เขาอยากระบาย แต่คนที่ไปพูดคุยนั้นอย่าไปเครียดตาม ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ใหญ่ๆหลายอย่าง กระทรวงสาธารณสุขก้พยายามสื่อสารกับประชาชนเพื่อให้ทุกท่านทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่าคนไทยมีการเรียนรู้ว่าจะติดตามข่าวสารอย่างไรให้พอไม่เหมาะ ได้เข้าไปให้กำลังใจร่วมกัน โดยที่ไม่ทะเลาะกันเอง