วันนี้ ( 5 ส.ค.61) เมื่อเวลาประมาณ 11.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่มีฝนตกลงมาตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์เอาไว้ ทำให้ระดับน้ำในเขื่อนแก่งกระจานมีระดับน้ำใกล้ที่จะเกินความสามารถในการกักเก็บแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อลดระดับความรุนแรงของน้ำที่จะล้นสปิลเวย์ท้ายเขื่อนวันนี้
ขณะที่สถานการณ์บริเวณอาคารระบายน้ำฉุกเฉิน หรือสปิลเวย์ ท้ายเขื่อนแก่งกระจานยังไม่ล้นเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เจ้าหน้าที่ยังมีเวลาทำงานจนกว่าระดับน้ำจะขึ้นสูงไปมากกว่านี้ จนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องนำอุปกรณ์ทั้งหมดออกจากจุดนี้เพราะจะทำให้เสียหาย โดยเจ้าหน้าที่ยังเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครบ 20 เครื่องตามแผน ส่วนฝนที่ตกลงมาขณะนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานลำบากมากขึ้น
ส่วนที่บริเวณสันเขื่อนเจ้าหน้าที่เตรียมที่จะติดตั้งท่อลักน้ำเพิ่มอีก 10 ชุด จากเดิมที่มีอยู่จำนวน 12 ชุด เป็นข้อลักษณะเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 12 นิ้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ ส่วนที่ประตูระบายน้ำปกติยังเร่งระบายน้ำออกจากท้ายเขื่อนเต็มอัตรา ปริมาณน้ำ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากเขื่อนแก่งกระจาน ที่คาดการณ์เอาไว้จะไหลไปที่เขื่อนเเพชร และจะถูกแยกลงระบบคลองชลประทานทั้ง 4 สาย ประมาณ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และ 250 ลูกบาศก์เมตรจะไหลลงแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งแม่เพชรบุรีรับน้ำได้แค่ 120 - 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะทำให้น้ำล้นตลิ่ง 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร มวลน้ำที่ว่านี้จะเดินทางไปถึงอำเภอเมืองเพชรบุรีในวันนี้
ขณะที่ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ชาวบ้านจำนวนมากออกมาช่วยกันเร่งทำกระสอบทราย นำไปเสริมกำแพงป้องกันหน้าบ้านของตนเอง เตรียมรับสถานการณ์น้ำที่มีการประกาศเตือนว่าจะเข้าท่วมในพื้นที่ตัวเมืองเพชรบุรี ประชาชนช่วนกันกรอกทรายไปแล้วกว่า 15,000 กระสอบ โดยทางเทศบาลเมืองเพชรบุรี ยังมีการแจกทรายให้กับชาวบ้านที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง
ส่วนบริเวณโดยรอบเพื่อนแก่งกระจานทีมพบว่า มีเมฆฝนโดยรอบเขื่อนแก่งกระจานและมีฝนตกลงมาอยู่ในขณะนี้อย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของพื้นที่ นี่จึงเป็นปัจจัยการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพบว่ามีปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาตั้งแต่เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้
หากนำตัวเลขจากเขื่อนแม่ประจันของปีที่แล้วมาเปรียบเทียบ ซึ่งทำให้เมืองเพชรบุรีถูกน้ำท่วมหลายอำเภอ จาพบว่าปริมาณน้ำในปีนี้เท่ากันหรืออาจมากกว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำฝนที่ตกลงมา นั้นหมายความว่าประชาชนที่เคยถูกน้ำท่วมมาแล้ว จะต้องเก็บของขึ้นบนที่สูงให้มากกว่าปีที่แล้ว