จี้ตำรวจสอบ "พยาบาล" เผาทำลาย"กางเกงในน้องหญิง” วัตถุพยานชิ้นสำคัญ 

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ประเด็นการเสียชีวิตอย่างปริศนาของ “น้องหญิง” ยังคงเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่ากางเกงในของน้องหญิง ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญถูกนำไปเผาทำลายทิ้ง ขณะที่ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ออกแถลงการณ์ฉบับ 2 บอกว่าจะรอผลอีก 2 ส่วน หากเรียบร้อยก็จะเตรียมทำพิธีฌาปนกิจทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่มีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เป็นประธานชมรมฯ ได้โพสต์แถลงการณ์ฉบับที่ 2 คดี  น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือ น้องหญิง ว่า ทางชมรมได้ปรึกษาครอบครัวของน้องหญิง แล้วจะเก็บศพไว้ก่อนเพื่อรอการสรุปผล 2 อย่าง คือ  จะรอจนกว่าจะทราบผลชันสูตรพลิกศพ จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมก่อน  และ จะรอผลสรุปการสอบสวนจากกองปราบปราม และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ก่อน ทั้งนี้หากการสรุปผลทั้ง 2 อย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็จะมีการทำพิธีฌาปนกิจน้องหญิงทันที โดยทางชมรมฯ จะเป็นเจ้าภาพในการจัดหาผู้สนับสนุนการจัดงานศพให้ครอบครัวน้องหญิงต่อไป


ส่วนประเด็นที่กางเกงชั้นในของน้องหญิงนั้น ล่าสุดนายอัจฉริยะ  พบข้อมูลว่าพยาบาลของโรงพยาบาลการุญเวช จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่น้องหญิงเข้ารักษาตัวจากอาการบาดเจ็บเป็นที่แรกหลังตกจากรถเทลเลอร์ ได้รับสารภาพแล้วว่าเป็นคนนำกางเกงชั้นในแยกใส่ถุง 2 ถุง คือกางเกงขาสั้น และกางเกงชั้นใน แล้วนำไปให้แม่บ้านนำไปทิ้ง โดยให้บริษัทกำจัดขยะติดเชื้อนำไปทำลาย พยาบาลคนนี้อ้างว่าไม่เห็นร่องรอยผิดปกติ แต่เห็นกางเกงในเปียกน้ำจึงนำไปทิ้ง แต่ก่อนหน้านี้เมื่อญาติไปสอบถามทางโรงพยาบาลกลับอ้างว่าส่งมอบให้ไปแล้ว แต่แท้จริงไม่ได้ให้ ทำให้เห็นความผิดปกติจากคำให้การที่ไม่ตรงกัน คงต้องอยู่ที่ตำรวจว่าจะเรียกนางพยาบาลคนทิ้งกางเกงในมาสอบปากคำด้วยหรือไม่

           

นอกจากนี้มีพยานหลักฐานที่เป็นภาพถ่ายภายในรถเทรลเลอร์หลังเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง พบร่องรอยการต่อสู้และสิ่งของที่อยู่ภายในรถกระจัดกระจาย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่นำรถมาตรวจสอบกลับไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ส่วนคลิปเสียงเรื่องเงินสินบนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน จำนวน 3 แสนบาท ที่พ่อของผู้ต้องหาเป็นผู้นำเงินมามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้ได้นำหลักฐานที่เป็นข้อความสนทนาผ่านโปรแกรมไลน์ ส่งให้กับพลตำรวจโทฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไว้แล้ว

ด้าน นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า การกระทำของพยาบาล ทำให้ผู้เสียหายขาดพยานหลักฐานสำคัญที่จะพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหา ถ้ากระทำโดยเจตนาก็จะมีความผิดฐานทำลายพยานหลักฐาน และมีบทลงโทษจำคุกด้วย แต่ถ้าขาดเจตนาก็ถือว่าเป็นการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ซึ่งทางผู้เสียหายมีสิทธิ์ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในความผิดฐานละเมิดได้

 ขณะที่ ญาติของน้องหญิง กล่าวว่า เรื่องนี้สงสัยว่าทำไมต้องเอากางเกงในไปเผา ตอนแรกที่ได้มาก็ได้แต่กางเกงขาสั้น แต่ไม่มีกางเกงใน และติดใจว่าทำไมพยาบาลต้องโกหกด้วย ซึ่งหากเขาไม่ได้ตั้งใจก็อาจเอาไปทิ้งเฉยๆ แต่ทำไมถึงต้องนำไปเผาด้วย

อ่านเพิ่มเติม:

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ