วันนี้(8 ส.ค. 2561) ในสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์โพสต์ ของเพจเฟซบุ๊ก “เฟม วีดีโอ ท่าพระจันทร์” ที่โพสต์ข้อความ ระบุว่า “ใกล้ปิดตำนานร้านให้เช่าวิดีโอ วีซีดี ดีวีดี” พร้อมรูปภาพป้ายหน้าร้านที่เขียนว่า “ล้างสต็อก ปิดกิจการ” สร้างความเสียดายให้แก่บรรดาคอภาพยนตร์ที่ต้องเห็นกิจการให้เช่าแผ่นภาพยนตร์ล้มหายตายจากไปอีกหนึ่งร้าน
ทีมนิวมีเดียพีพีทีวี ได้สอบถามไปยังคุณธานี จิริยะสิน เจ้าของร้าน เฟม วีดีโอ ท่าพระจันทร์ ซึ่งเปิดให้บริการเช่าแผ่นภาพยนตร์สร้างความสุขให้แก่ลูกค้ามานานกว่า 32 ปี เพื่อสอบถามถึงที่มาที่ไปของการตัดสินใจในการปิดกิจการในครั้งนี้ว่า ปัจจุบันคนที่เช่าแผ่นภาพยนตร์มีจำนวนลดน้อยลง เพราะว่าคนสามารถดาวน์โหลดผ่านอินเทอร์เน็ตมาดูได้ ส่งผลให้ยอดการเช่า-ซื้อลดลง “เป็นมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว ลองสังเกตดูว่าศูนย์เช่าหดหายไปเกือบหมดกรุงเทพฯ”
เจ้าของร้านให้เช่าแผ่นภาพยนตร์วัย 60 ปี เล่าให้ทีมนิวมีเดียพีพีทีวีฟังว่า “เราจะจำหน่ายสินค้าในสต็อกให้หมดภายใน 3 เดือน แล้วจะต้องปิดตัวลงไปทำอย่างอื่น ซึ่งทำเลท่าพระจันทร์มันเป็นแหล่งคนเยอะ สามารถขายสินค้าได้หลายอย่าง ตอนนี้หน้าร้านขายเหรียญ ธนบัตรสะสม ก็คงไปขายตรงนั้น”
นอกจากปัจจัยด้านเทคโนโลยีแล้ว คุณธานี ยังบอกอีกว่าอาจเป็นผลมาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจด้วย เพราะแม้กระทั่งโรงงานผลิตแผ่น หรือบริษัทที่นำเข้าแผ่นภาพยนตร์ ณ ปัจจุบันนี้ก็อยู่ไม่ค่อยรอด “มันเป็นไปหมด เหมือนกับว่ามันมีเทคโนโลยีมันทันสมัยมากขึ้น อินเทอร์เน็ตมันเร็วขึ้น คนก็สามารถโหลดดูหรือดูทางอินเทอร์เน็ต ทั้งแบบรายเดือนอะไรต่าง ๆ ให้ดูมากมาย คนก็หันไปเสพอันอื่นมากกว่า”
ด้านมุมมองต่อวงการเช่าแผ่นภาพยนตร์ คุณธานีมองว่า ตอนนี้ที่ธุรกิจให้เช่าแผ่นภาพยนตร์ยังอยู่ได้พอสมควร เนื่องจากยังมีลูกค้าบางกลุ่มที่ยังเช่าหนังอยู่ ส่วนมากเป็นลูกค้าวัยกลางคนขึ้นไปที่ไม่ถนัดการใช้อินเทอร์เน็ต หรือไม่ชอบการดาวน์โหลด หรือยังรักในเสน่ห์ของการดูหนังจากแผ่น ซึ่งคุณธานีเปรียบว่า “จับต้องได้มากกว่าการโหลดดูที่เหมือนอยู่ในอากาศ” จึงยังมีลูกค้าอยู่บ้างที่ยังตามหาภาพยนตร์เช่า
โดยเฉพาะร้าน เฟม วีดีโอ ท่าพระจันทร์ ที่ครองใจลูกค้ามาได้นานถึง 32 ปี และปิดตัวช้ากว่าเจ้าอื่น ๆ ทางเจ้าของร้านให้เหตุผลว่า “เพราะว่าเราทำมานาน สะสมมาสเตอร์หนังเก่า ๆ หนังอมตะเก่า ๆ ตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นปู่ ทำให้ยังมีลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ สำหรับหนังใหม่ ๆ หนังเข้าโรง หนังฮอลลีวู้ดยุคหลัง ๆ พวกนี้คนเลิกเช่าดูนานแล้ว ตลาดนั้นตายนานแล้ว เราอยู่ได้กับพวกหนังเก่า แล้วก็ยังมีหนังยุโรป หนังทางเลือก หนังอินดี้ ก็ยังอยู่ได้ แต่ว่ายังไม่พอค่าใช้จ่ายที่มันเกิดขึ้น”
คุณธานี บอกว่าระยะหลังมานี้ทางร้านขายแผ่นภาพยนตร์ในราคา 40 บาท และเป็นการขายแบบขายขาด เป็นเจ้าของได้เลย ไม่ต้องเอามาคืน พร้อมระบุว่าระบบเช่าแล้วคืนตายไปนานแล้ว เพราะไม่สะดวกและไม่คุ้ม ซึ่งทางร้านเฟม วีดีโอ ท่าพระจันทร์ ได้ยกเลิกระบบเช่าแล้วคืนมาประมาณ 1-2 ปีแล้ว “เราจับปรากฏการณ์ได้จากความเป็นจริง ก็คือว่าลูกค้าไม่สะดวกจะเช่าแล้วมาคืน ทั้งจราจร หลาย ๆ อย่าง ดังนั้นเราก็ขายไปเลย ซึ่งตรงนี้ยังมีปัญหาตรงหนึ่ง เวลาเราซื้อลิขสิทธิ์มา ให้แผ่นมาสเตอร์ไม่กี่แผ่น ซึ่งมันไม่เพียงพอกับการเอามาทำรายได้ ถ้าให้เช่าแผ่นมาสเตอร์ไป แล้วไม่คืน หรือเก็บไว้นาน ๆ มันก็ไม่สามารถหมุนเวียนสร้างรายได้ได้ ดังนั้นก็เลยอนุโลมว่าเป็นแผ่นไรท์จากแผ่นมาสเตอร์ ซึ่งเราก็ซื้อสิทธิ์มาแต่มันไม่ได้เป็นแผ่นแท้”
ด้วยเหตุนี้ ทางร้านจึงสามารถให้ซื้อเท่ากับเช่าได้โดยไม่ต้องเอามาคืน “แต่ถ้าใช้เขาเช่าแผ่นมาสเตอร์ไปเหมือนยุคที่บูม ๆ แผ่นหนึ่งเช่าได้หนึ่งวันสองคืน เกินปรับวันละ 10 บาท ซึ่งในความจริงมันไม่เวิร์ค ระบบนั้นมันทำให้ร้านเช่าล้มหายตายจากไป บางทีลูกค้าก็ไม่มาคืนแล้วก็เชิดไปเลย สุดท้ายก็ไม่สามารถตามได้ ในความเป็นจริงที่ผ่านมา ก็เลยกลายเป็นระบบไรท์แผ่นจากมาสเตอร์แล้วคุณก็ซื้อไปเลย ซึ่งก็ทำได้ไม่นาน มีจุดอ่อนคือมันผิดกฎหมาย กฎหมายไม่อนุญาตให้ทำ มีโอกาสถูกจับตลอดเวลา ทั้งที่ระบบไม่เอื้ออำนวยให้ทำแบบอื่น ถ้าจะทำ ก็ต้องเลือกว่าจะปิด หรือทำแบบเทา ๆ ต่อไป ซึ่งไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่จะถูกจับ ร้านทั่วไปจึงเลือกที่จะปิดไปทำอย่างอื่น” คุณธานีกล่าว
นี่คือหนึ่งในปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทย เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอาจจะทำให้ชีวิตของประชาชนสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ในอีกทางหนึ่งก็กำลังมีวัฒนธรรมบางอย่างต้องล้มหายตายจากภายใต้การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ
ขอบคุณภาพจาก : เพจเฟซบุ๊ก เฟม วีดีโอ ท่าพระจันทร์