ทางการเกาหลีใต้มีคำสั่งให้ปิดบริษัทชินิล (Shinil) พร้อมกับส่งกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นหาหลักฐาน หลังจากบริษัทแห่งนี้ ออกมาอ้างว่า พบซากเรือ ดิมิทรี ดอน-สคอย (Dimitri Donskoi) ที่เชื่อกันว่า จมลงสู่ก้นทะเลพร้อมกับทองคำน้ำหนักกว่า 200 ตัน เมื่อปี 1905 สาเหตุของการตรวจค้นคือ ทางเจ้าหน้าที่พบว่าผู้บริหารของบริษัท มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงการหลอกลวง เพื่อชักชวนให้ผู้คนนำเงินมาซื้อหุ้นและลงทุนในบริษัทชินิล ของตัวเอง
นอกจากนี้ยังมีข้อพิรุธอีกว่า คนในครอบครัวของผู้บริหารคือนายชอย ยังซุก ได้ไปเปิดบริษัทที่ประเทศสิงคโปร์ภายใต้ชื่อเดียวกัน ก่อนที่ข่าวการพบซากเรือจะมีขึ้นเพียงไม่นาน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่การตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาก็เพื่อ หลอกลวงผู้คนให้แห่กันไปซื้อเงินสกุลคริปโต เคอร์เรนซี่ (Crypto Currency) ถึงแม้ว่าทางผู้บริหารจะอ้างว่า บริษัททั้ง 2 ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ตำรวจไม่เชื่อเพราะผู้บริหารของทั้ง 2 บริษัท เป็นพี่น้องกัน
การสั่งปิดบริษัทครั้งนี้ เป็นผลมาจากผู้เชี่ยวชาญพบข้อพิรุธมากมายเช่น ทำไมรัสเซียถึงนำทองคำกว่า 200 ตันลงเรือลำเดียว ซึ่งมีความเสี่ยงมาก แทนที่จะขนขึ้นรถไฟไปซึ่งปลอดภัยกว่าหลายเท่า แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยอมรับว่า อาจมีทองคำอยู่บนซากเรือจริง เพียงแต่ไม่มากตามที่คาดกันไว้
สำหรับเรือดิมิทรี ดอน-สคอย เป็นเรือที่เชื่อว่าใช้บรรทุกทองคำจำนวนหนึ่ง เพื่อไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้กับทหารรัสเซีย ในการสู้รบกับกองทัพญี่ปุ่น เมื่อครั้งยุทธนาวีช่องแคบสึชิมะ และกัปตันเรือได้ตัดสินใจจมเรือ ทันทีที่ทราบข่าวว่า รัสเซียพ่ายแพ้ต่อญี่ปุ่นเมื่อปี 1905 ซึ่งในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา มีความพยายามค้นหาเรือลำนี้ แต่ไม่เคยมีใครพบ จนกระทั่งบริษัทชินิลออกมากล่าวอ้าง