นักไวโอลินชื่อดัง ชาวเมียนมาร์หายตัวในไทยนานกว่า 10 วัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักไวโอลินชาวเมียนมาร์ ชื่อดัง หายตัวในไทยกว่า 10 วัน หลังเข้ามาท่องเที่ยวกับแฟนสาว เบื้องต้นครอบครัวและแฟนสาว เชื่อว่าไม่ใช่การลักพาตัว เนื่องจากยังไม่พบการข่มขู่เรียกค่าไถ่ แต่เชื่ออาจถูกล่อลวงเข้าสู่ขบวนการค้ามนุษย์

ภาพจากกล้องวงจรปิด แสดงภาพนายเนียน จัน อู ชาวเมียนมาร์ และเป็นนักไวโอลินชื่อดังของประเทศ รวมถึงเป็นหลานชายแท้ๆ ของนาย อู จอ ซาน สมาชิกสภาชาติพันธุ์แห่งเมียนมาร์ และอดีตอธิบดีกรมอัยการของเมียนมาร์ ก่อนหายตัวไปจากที่พักย่านรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุด พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมติดตามความคืบหน้าในคดี หลังให้ชุดสืบสวนนครบาล 2 และสน.สุทธิสาร ประสาน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงสถานีตำรวจทุกแห่ง ให้ตรวจรายชื่อผู้สูญหาย รูปพรรณสัณฐาน รวมถึงการเข้าจับแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ว่ามีข้อมูลตรงกับผู้สูญหายหรือไม่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นไว้หลายประเด็น เช่น ผู้สูญหายอาจเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่างๆ แต่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้เนื่องจากไม่พกหนังสือเดินทาง เป็นต้น

สำหรับข้อมูลที่มีในขณะนี้ คือภาพจากกล้องวงจรปิด ช่วงค่ำของวันที่ 2 สิงหาคม พบกล้อง 2 ตัว สามารถบันทึกภาพนายเนียน จัน อู เดินอยู่คนเดียว ภายในซอยสุขร่วมใจ ถนนรัชดาภิเษก ห่างจากคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นที่พักประมาณ 600 เมตร โดยมือขวานายเนียน จัน อู ถือโทรศัพท์ แต่มีลักษณะการเดินคล้ายคนมีอาการมึนเมา และเกือบจะล้มหลายครั้ง

ขณะที่กล้องอีกตัวซึ่งห่างจากกล้องตัวแรกไม่มาก พบนายเนียน จัน อู ไม่พกมือถือแล้ว แต่จากนั้น ไม่กี่วินาที มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเก็บโทรศัพท์มือถือมาคืนให้พร้อมพาไปนั่งที่ป้ายรถประจำทางซึ่งอยู่ใกล้กัน แต่เนื่องจากบริเวณป้ายรถประจำทางไม่มีกล้องวงจรปิดและถูกสะพายลอยคนข้ามบังมุมกล้อง จึงไม่เห็นภาพหลังจากนั้นว่าผู้สูญหายเรียกรถแท็กซี่ หรือขึ้นรถโดยสารประจำทาง หรือเดินเท้าไปต่อ

สำหรับนายเนียน จัน อู เดินทางเข้าประเทศไทยช่วงค่ำชองวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมาที่สนามบินดอนเมือง และเป็นการเดินทางเข้าประเทศไทยครั้งแรก โดยมาพบกับแฟนสาวที่เดินทางมาจากประเทศออสเตรเลียในประเทศไทย  และเช่าคอนโดมิเนียมอยู่ วันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา ก่อนหายตัวไปขณะเดินลงมาซื้อของคนเดียว   

หลังหายตัวซึ่งแฟนสาวได้ลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร ก่อนเดินทางออกนอกประเทศไปที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อพบครอบครัวผู้สูญหาย และเดินทางกลับประเทศออสเตรเลีย โดยระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 2 จนถึงขณะนี้ทางญาติและแฟนสาวยังไม่พบการเรียกร้องข่มขู่จากคนร้ายแม้แต่อย่างใด แต่เชื่อว่าอาจถูกล่อลวงเข้าสู่ขบวนการค้ามนุษย์ การขายแรงงาน ทั้งนี้ ผู้สูญหายสื่อสารได้เพียงภาษาเมียนมาร์ส่วนภาษาอังกฤษได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ