น.ส.ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา โค้ชคาราเต้ทีมชาติไทย ระบุว่า ช่วงที่ทีมสต๊าฟโค้ชเริ่มสงสัยในคุณสมบัติของ “อาจู” ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้การเดินเรื่องแปลงสัญชาติล่าช้า มีการนัดคุยกับนายหน้าที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านอโศกช่วงต้นปี 2560 โดยมีนายกสมาคมคาราเต้แห่งประเทศไทยเป็นผู้นัดหมาย ครั้งนั้นได้คำตอบว่า เรื่องอยู่ในระดับรมว.มหาดไทย แต่เมื่อขอดูรายละเอียดดำเนินการ นายหน้าคนนั้นบอกว่า “เอกสารพวกนี้ให้ดูไม่ได้เพราะเป็นการดำเนินแบบภายใน ในลักษณะใช้เส้นสาย”
ช่วงนั้นทีมโค้ชคาราเต้ยังไม่เกิดความสงสัย จนมาทราบวิธีการต่างๆ อย่างถูกขั้นตอนจากผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียนกรมการปกครอง สอดคล้องกับอาจู อาซึคิ อิวาตานิ ที่บอกว่า ตอนที่รู้จักกับนายหน้าคนนี้ ได้พาอาจูและแม่ไปพบกับผู้ใหญ่หลายคน ขณะนั้นอาจู ยังอายุ 14 ปี และไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง แต่ยืนยันได้ว่านายหน้าเคยพาไปที่กระทรวงมหาดไทย โดยเอาผลงานชนะการแข่งขันคาราเต้ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งอาจู เป็นคนรวบรวมเองไปประกอบเป็นหลักฐาน
ตลอดการเดินเรื่อง นายหน้าคนนี้จะรายงานกับครอบครับอาจู ว่าทำอะไรไปบ้าง เช่นกำลังเข้าพบผู้ใหญ่ในรัฐบาล ซึ่งอ้างถึงชื่อคนระดับรองนายกรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย โดยเรียกเก็บค่าเอกสาร ค่าของขวัญคิดจำนวนเงินให้รวมแล้ว 16 รายการ ที่ครอบครัวอาจูต้องโอนเงินไปให้ ครั้งละ 1 หมื่นบาทบ้าง 2หมื่น หรือ 3 หมื่นบาทบ้าง รวมทั้งสิ้นแล้วเกือบ3แสนบาท
อ่านเพิ่มเติม: เปิดแชทไลน์นายหน้าขอค่าเดินเรื่องแปลงสัญชาติ “อาจู”
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้