กรอบเวลาการเลือกตั้งทั่วไป ที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ชุดใหม่ จนได้ข้อสรุปว่า ช้าที่สุด จะเกิดขึ้นวันที่ 5 พ.ค.62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานแล้ว แต่ยังเป็นเพียงการคาดการณ์กรอบเวลาช้าที่สุด โดยยืนยันว่ารัฐบาล และ คสช. ยังคงกำหนดวันเลือกตั้งไว้วันที่ 24 ก.พ.62 ตามเดิม ส่วนจะทำได้หรือไม่เป็นอีกเรื่อง และยังไม่มีปัจจัยที่จะทำให้การเลือกตั้ง เร็วขึ้นกว่านี้ได้
ขณะที่การพูดคุยระหว่าง คสช. รัฐบาล แม่น้ำ 5 สาย และตัวแทนพรรคการเมืองรอบ 2 นั้น นายกฯ ยืนยันว่าจะเกิดขึ้นในเดือนก.ย.อย่างแน่นอน และ คสช.จะเริ่มทยอยออกมาตรการผ่อนปรน และวางกติกา ในการทำกิจกรรมการเมืองออกมาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนเหตุการณ์ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดหยอกล้อพนักงานท่าเรือระนอง ที่ชื่อ “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทันพิสิทธ์” ชื่อเดียวกับอดีตนายกรัฐมนตรี และบอกว่าให้ทำตามกฎหมาย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างตรวจเยี่ยมท่าเรือระนอง เมื่อวานนี้(20ส.ค.61) จนทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ โดยใช้คำว่า “อดีต ผบ.ทบ.” ยังจำชื่อนี้ได้อยู่หรือ? เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ไม่ขอขยายความ ให้เกิดความวุ่นวาย
หลังแถลงข่าวเสร็จ นายกฯ เดินทางไปร่วมกิจกรรมปล่อยลูกปูม้า 10 ล้านตัว ร่วมกับเครือข่ายประมงชายฝั่ง อ.ปะทิว จ.ชุมพร พร้อมถ่ายภาพกับนักเรียน ระหว่างถ่ายรูป พล.อ.ประยุทธ์ พูดหยอกล้อเด็ก ๆว่า ทานปูเบื่อหรือยัง และเปรียบเปรยตัวเองว่าเหมือนพ่อปู ขอให้ทุกคนเดินตาม เพราะการเดินตามแม่ปูจะเดินไม่ตรงเลี้ยวไปมา หลังถ่ายรูปเสร็จ นายกรัฐมนตรี เดินทางเยี่ยมวิสาหกิจชุมชน ต.ทะเลทรัพย์ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพทันที
ครม.สัญจร หั่นงบฯ ซื้อนาฬิกาและไมโครโฟนรัฐสภาใหม่ทิ้ง
ส่วนการอนุมัติเงินโครงการน่าสนใจในการประชุม ครม. สัญจรครั้งนี้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ได้อนุมัติงบประมาณระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ วงเงิน 4,861 ล้านบาท ลดลง 73 ล้านบาท โดยตัดงบนาฬิกาและไมโครโฟนที่ไม่จำเป็นออกไป
ด้าน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับข้อเสนอจากภาคเอกชนกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ไว้พิจารณา 28 โครงการ งบลงทุนกว่า 1 แสน 2 หมื่น 8 พัน 3 ร้อย 9 สิบเอ็ดล้านบาท เน้นการเชื่อมโยงโลจิสติก ทั้งทางบก ทางน้ำ และอากาศ และมีเรื่องเสนอใหม่ เช่น แผนดำเนินการรถไปทางคู่เชื่อมชุมพร – ระนอง เพื่อใช้ขนส่งสินค้ากับท่าเรือระนอง ให้เชื่อมโยงกับท่าเรือน้ำลึกระนอง เพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าไปยังบังกลาเทศ ภูฏาน ศรีลังกา และเมียนมาร์
นอกจากนี้ ยังขานรับแผนพัฒนาเศษฐกิจภาคใต้ หรือ เอสอีซี โดยเน้นภาคการเกษตร การท่องเที่ยว การขนส่งและโลจีสติก การพัฒนาคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ และคณะกรรมการเอสอีซี ไปพิจารณาจัดทำแผนงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้