วันนี้(29 ส.ค.61) เอมี่-อาเมเรีย จาคอป อดีตนักแสดง ได้ขอโทษพ่อแม่ของเธอที่มาเป็นกำลังใจให้ ระหว่างแถลงข่าวครั้งแรก หลังศาลจังหวัดมีนบุรีปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยเธอยอมรับว่าเสพยาเสพติดจริง เพราะความอยากลอง และอยากรู้ หลังจากนี้จะกลับไปพักกับครอบครัวที่จังหวัดภูเก็ต วางแผนเข้าร่วมโครงการพี่สอนน้องให้เป็นคนดีของสังคม ของมูลนิธิทีมทนายประชาชน หวังจะใช้บทเรียนที่หลงผิดเล่าถึงโทษของยาเสพติด
ขณะที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความมูลนิธิทีมทนายประชาชน เปิดเผยว่า เอมี่ถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือมียาเสพติดเพื่อเสพและมียาเสพติดในครอบครองไว้จำหน่าย จากการถูกจับกุมเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2560 พร้อมของกลางไอซ์ 70 กรัม และยาอี 16 เม็ด ในบ้านพักย่านสุขาภิบาล 5 โดยมี นายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ แฟนหนุ่มอยู่ภายในบ้านด้วย โดยเอมี่ปฏิเสธไม่ได้เกี่ยวข้องกับไอซ์ 70 กรัมของแฟนหนุ่ม และพิสูจน์ตัวเองมาตลอดโดยใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จนศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในข้อหามียาเสพติดในครอบครองไว้จำหน่าย ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต และประหารชีวิต แต่ศาลคงโทษข้อหามียาเสพติดเพื่อเสพ พิพากษาจำคุก 3 เดือน รอลงอาญา
แต่คดีนี้ เอมี่จำคุกมาแล้ว 11 เดือน จึงได้รับการปล่อยตัว ซึ่งทีมทนายความอยู่ระหว่างดูรายละเอียดว่าเอมี่ จะได้รับค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จําเลยในคดีอาญาหรือไม่เนื่องจากติดคุกเกินบทลงโทษ
นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบายว่า เอมี่ มีสิทธิ์ยื่นขอรับเงินชดเชย โดยบุคคลที่จะได้รับค่าชดเชย มี 2 ประเภท คือ 1 ตาม พรบ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จายแก่จําเลยในคดีอาญา มีเงื่อนไข คือต้องเป็นผู้ที่ศาลพิพากษาว่าไม่มีความผิดโดยปราศจากข้อสงสัย แต่กรณีของเอมี่ ถือว่ามีความผิด 1 ข้อหา คือข้อหามียาเสพติดในครอบครองเพื่อเสพ จึงไม่เข้าเงื่อนไขที่จะได้รับค่าชดเชยตามพ.ร.บ.นี้
ส่วนกรณีจำคุกเกินกว่าบทลงโทษ ที่ทนายจำเลยจะขอเงินชดเชย ตามเงื่อนไขของกองทุนยุติธรรม เจ้าหน้าที่กองทุนยุติธรรมให้ข้อมูลว่า ไม่เข้าเงื่อนไขเช่นกัน เนื่องจากเป็นดุลยพินิจของศาล ที่มีการพิจารณาไป
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้