วันนี้ (19 ก.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เรื่อง จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด โดยระบุว่า กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งมีจำนวน 350 คน โดยกำหนดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1 คน จังหวัดใดมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกิน 1 คน ให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกิน 1 คน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งมีจำนวนเท่ากับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมี
ทั้งนี้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 86 และมาตรา 224 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 22 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และข้อ 7 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2561 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ 14 กันยายน 2561 และข้อ 6 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ประกอบกับมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการประชุมครั้งที่ 45/2561 (9) เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2561 และประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 อันถือได้ว่าเป็นที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศให้ทราบเกี่ยวกับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้ง เพื่อเป็นการเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้น
สำหรับจังหวัดที่ถูกปรับลดเขตเลือกตั้ง ซึ่งหมายความว่าจะมีจำนวนส.ส.ลดลง มากที่สุด จากเขตเลือกตั้ง ที่แต่เดิม มี 375 เขต เหลือ 350 เขต คือ กรุงเทพมหานคร ถูกปรับลดจาก 33 เขตเลือกตั้ง เหลือ 30 เขตเลือกตั้ง รองลงมา คือ จังหวัดหนองคาย ที่ถูกปรับลดจาก 5 เขตเลือกตั้ง เหลือ 3 เขตเลือกตั้ง
ส่วนอีก 20 จังหวัด ถูกปรับลดลง พื้นที่ละ 1 เขตเลือกตั้ง กระจายอยู่ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้
การปรับเขตเลือกตั้งส่งผลให้ การเลือกตั้งสมัยหน้า ภาคเหนือ จะเหลือ ส.ส. 33 คนจากเดิมที่เคยมี 36 คน ภาคอีสาน จะมี 116 คนจากเเดิมที่เคยมี 126 คน ภาคกลางจะมี 76 คน จากเดิมที่มี 82คน ส่วนภาคใต้ จะมี 50 คน ขากเดิมที่เคยมี 53 คน เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร ที่จะมีจำนวน ส.ส. 30คน จากเดิมที่เคยมี 33 คน
ส่วนภาคที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงคือ ภาคตะวันออก จะมีส.ส. 26 คน เท่าเดิม และ ภาคตะวันตก ที่จะมีจำนวน ส.ส. 19 คน เท่าเดิม