ตามที่สังคมตั้งข้อสังเกตกรณีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง จะสามารถ Track ถึงตัวบุคคลที่จะลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งใบนั้นๆ ได้ เท่ากับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะกลายเป็นโมฆะ ตามที่เป็นข่าว
ล่าสุด นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย ทนายความ ได้เผยแพร่ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thanu Rungrotreungchai หรือ ทนายชา แสดงการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ว่า "Update ล่าสุด ศาลปกครองกลางออกหมายเลขคดีดำที่ 304/2569
จากกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและ คิวอาร์โค้ด ที่ทำให้สามารถสืบย้อนกลับไปหาต้นขั้ว จนสามารถติดตามได้ว่าบัตรใบไหนลงคะแนนโดยใครจนทำให้การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาสูญเสียความเป็นความลับในการลงคะแนนไป
ผมได้ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครองกลาง ผ่านทาง e-Filing ขอให้
1. จัดเลือกตั้งใหม่ โดยพิมพ์บัตรเลือกตั้งให้ไม่สามารถ track กลับได้ และเผาทำลายบัตรเลือกตั้งเดิมที่ได้ลงคะแนนไว้แล้วเสียทั้งหมด
2. ขอให้พิพากษาตามข้อ 1. เป็นการเร่งด่วนตามข้อ ๔๙/๒ ของระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง เนื่องจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปนั้นเป็นเรื่องที่กระทบประโยชน์สาธารณะเป็นอย่างสูง เป็นกลไกกำหนดทิศทางของประเทศ ในส่วนของการเผาทำลายบัตรเลือกตั้งที่ผ่านการลงคะแนนมาแล้ว หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปอาจมีการสืบย้อนกลับว่าผู้ลงคะแนนแต่ละคนลงคะแนนให้ผู้สมัครผู้ใดหรือพรรคการเมืองใดได้
3. ขอให้ระงับการประกาศรับรองผลเลือกตั้งไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
4. ขอให้ศาลมีคำสั่งตามข้อ 3. โดยเร่งด่วนตามข้อ ๗๖/๑ ของระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง เพราะผู้ถูกฟ้องคดีอาจประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเมื่อใดก็ได้ ซึ่งเมื่อรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว ย่อมเกิดความเสียหายที่ยากแก่การเยียวยา"
ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป