โดยยักษ์สี่ตน คนดำดิน ครุฑจับนาคินทร์ คชสารครึ่งตัว คือคำพูดคล้องจอง ในสมัยก่อน ที่เรียกหอระฆัง หรือเจดีย์ยักษ์ ที่ตั้งอยู่ภายในวัดพระยาทำวรวิหาร
ปูน และหินแกรนิต ที่เททับ ทำให้ไม่สามารถเห็นส่วนหัวนาค และส่วนเท้าของยักษ์ ขณะที่ฐานมีร่องรอยการเสียหายจากความชื้น ทำให้ปูนฉาบหลุดออก อิฐก่อเริ่มผุ กระเบื้องจีนหลุดร่อน ปูนปั้น ประติมากรรมยักษ์ และครุฑผุกร่อนเสียหาย ประกอบกับพบว่าหอระฆังได้เกิดการเอียง ทำให้วัด แจ้งกรมศิลปากรเข้ามาบูรณะ โดยว่าจ้าง บริษัทปรียะกิจ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับ บูรณะพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ที่ก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสังเกตุว่าเหตุ การบูรณะผิดไปจากเดิมหรือไม่ แต่ทางบริษัทออกมาระบุว่า เป็นไปตามระเบียบราชการ ส่วน กระเบื้องเดิม กรมศิลปากรเป็นผู้เก็บไว้
ขณะที่ขอบเขตการดำเนินการ เริ่มจากงานเตรียมการ งานยก งานบูรณะ และงานประติมากรรม ซึ่งในขั้นตอนของการยกฐาน เพื่อให้ขึ้นมาจากพื้นเดิม คือจุดที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
วัดพระยาทำวรวิหารเป็นวัดเก่าแก่ ที่ไม่ปรากฎหลักฐานว่าสร้างมาแต่สมัยใด เดิมชื่อว่า วัดนาค เป็นวัดพี่น้องคู่กับวัดกลาง ตั้งอยู่คนละฝั่งคลองมอญ เขตบางกอกน้อย โดยวัดนาคตั้งอยู่ฝั่งเหนือ วัดกลางอยู่ฝั่งใต้ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โปรดเกล้าให้เจ้าพระยารัตนาธเบศร์ สมุหนายก รับเป็นธุระบูรณะปฎิสังขรณ์ แบบสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด แล้วสถาปนาเป็นวัดหลวง จึงได้เปลี่ยนชื่อจากวัดนาคเป็นวัดพระยาทำวรวิหาร
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้