“หมอวรงค์” มั่นใจได้ชัยชนะ คว้าเก้าอี้ “หัวหน้าปชป.”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หมอวรงค์ มั่นใจได้รับชัยชนะ ศึกชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยัน ลงชิงหัวหน้าพรรคไม่เกี่ยวกับกปปส. ไม่ได้เป็นร่างทรงของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ”

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2561 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดใจในรายการ “เป็นเรื่องเป็นข่าว”ว่า สาเหตุที่ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพราะสมาชิกกลุ่มยังเติร์กในพรรคประชาธิปัตย์ ได้พูดคุยกันว่าเราจะอยู่ให้พรรคเป็นแบบนี้หรือไม่ เพราะพรรคตอนนี้เลือดไหลออก และกำลังจะไหลออกเพิ่มอีกเรื่อยๆ ที่ผ่านมาแพ้การเลือกตั้งตลอด คะแนนนิยมพรรคตกต่ำ แม้แต่คะแนนนิยมในตัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันก็ยังตกต่ำ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ เยาะเย้ยถากถางจาก ฝ่ายตรงข้ามมาโดยตลอดว่าเป็นพวกขี้แพ้ ทำให้ส.ส.รุ่นเดียวกับตนมีความรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนแปลง และถูกประชาชนถามจำนวนมากว่าเมื่อไหร่พรรคประชาธิปัตย์จะเปลี่ยน และ มีความรู้สึกว่าพรรคพยายามปรับปรุงหลายอย่าง แต่ก็ไม่ดีขึ้น สุดท้ายการเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด คือการเปลี่ยนหัวหน้าพรรค

“เพื่อนๆบอกว่าผมมีโอกาสนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีได้อยู่แล้วหากพรรคได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ตอนนี้พรรคไปไม่ไหว ไม่รู้จะไปอย่างไร จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลง และส.ส.กลุ่มยังเติร์ก บอกว่าตนเหมาะที่จะเป็นหัวหน้าพรรคมากที่สุดในตอนนี้  จึงตัดสินใจลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับกลุ่มกปปส. หรือใครใดๆทั้งสิ้น แต่คนที่เจรจาให้ผมมาเป็นหัวหน้าพรรคคนแรกก็ไม่ใช่กลุ่มกปปส.”

นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า ถ้าตนเป็นหัวหน้าพรรคแล้วเลือดจะไม่ไหลออก เพราะสมาชิกมีความเชื่อมั่น มีความรู้สึกว่ามีสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย เมื่อวานนี้ 1 ต.ค.2561 นายวิทยา แก้วภาราดัย ก็พูดชัดเจนว่ามีคนโทรศัพท์มาหาว่าถ้าตนชนะเขาจะกลับมายังพรรคประชาธิปัตย์ และยังมีสมาชิกไปออกจากพรรคไปแล้ว แต่ยังไม่ประกาศตัว และเขาก็รอดูท่าทีว่าถ้าตนชนะเขาก็จะไม่ไปจากพรรค อีกทั้งมีผู้สมัครหน้าใหม่โทรมาบอกว่าถ้าพี่หมอเป็นหัวหน้าพรรคเขาจะรู้สึกดีมาก

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ แบ่งเป็น 2ก๊ก ระหว่างกปปส.กับก๊กประชาธิปัตย์ หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนคิดว่ามีคนพยายามที่จะแยก แต่ตนเองรู้สึกเฉยๆ และก็ได้คุยกับเพื่อนๆว่าเราคือประชาธิปัตย์

ส่วนที่หลายคนมองว่าตนเองเป็นร่างทรงของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำกปปส. นั้น เป็นเรื่องที่ตลกมาก เพราะนายสุเทพ ไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย ถ้าตนเป็นร่างทรง นายสุเทพจะเป็นคนกำหนดเกมส์ให้ แต่ตนได้คุยกับเพื่อนที่เจรจาคนแรกว่าจะขอเปิดตัวว่าเป็นใครแล้วเล่าให้สื่อมวลชน และประชาชนฟังเหตุผลว่าทำไมจึงชวนตนมาลงชิงหัวหน้าพรรค แต่ตอนนี้ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อว่าเป็นใคร และก็ไม่ใช่นายถาวร เสนเนียม

ส่วนตัวคิดว่าสิ่งที่ควรเปลี่ยนแปลงลำดับแรก คือ เรื่องภายในพรรค ต้องมีการกระจายอำนาจพรรคลงไปที่ประธานสาขาเพราะที่ผ่านมาเราจะรวมศูนย์มีแค่ส.ส. ถ้ากระจายอำนาจให้ประธานสาขา และถ้าประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลเวลามีลงพื้นที่ เดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันจะทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจและเขามีบทบาทที่ชัดเจน ความแข็งแกร่งของพรรคก็จะเกิดขึ้น และ อีกข้อสำคัญ คือ การทำงานเป็นทีม เพราะที่ผ่านมาเราชูตัวบุคคลเป็นหลัก หัวหน้าจะต้องรู้ทุกเรื่อง รู้ทุกอย่าง แต่อนาคตเราจะต้องทำงานเป็นทีมเวิร์ค และหัวใจสำคัญอีกประการคือ หัวหน้าพรรค ต้องกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ และกล้ารับผิดชอบ

ถ้าได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตอนนี้จังหวะรุก จังหวะรับเราชัดเจนขึ้น จังหวะรับยังไม่ถึงเวลาตนเองก็เก็บตัวเงียบ ก่อนวันที่ 27 ต.ค.2561 ก็มีกระแสข่าวว่าตนจะลงชิงหัวหน้าพรรค สื่อก็พยายามโทรมาถาม ซึ่งถ้าปกติแล้วก็ต้องให้สัมภาษณ์ แต่ตนเลือกที่จะปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ แต่เมื่อถึงวันที่ 27 ต.ค. ตนเองให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนมาแทบทุกสำนัก จนกลายเป็นข่าวใหญ่มาก จึงพิสูจน์ให้เห็นว่าเรามีการทำงานที่เป็นแบบเป็นแผน ไม่เป็นแบบเดิม ที่สำคัญที่สุดคือเราต้องกำหนดเกมส์เล่นว่าเป้าหมายคือต้องชนะ เพราะวันนี้ตนเป็นมวยรอง แต่ก็ต้องทำให้ได้ชัยชนะ หลังจากได้หัวหน้าพรรคเสร็จสิ้น เมื่อเราเดินสู่เกมส์ใหญ่เราก็ต้องตั้งเป้าหมายว่าจะต้องชนะการเลือกตั้ง

คนที่จะมายืนท้าชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต้องมีอะไรดีพอสมควร ต้องมีทีมเวิร์คที่ดี ผมถูกทาบทามจากเพื่อนๆมาหลายเดือนและช่วงนั้นมีกระแสข่าวจะใช้ระบบไพรมารีโหวต และ ทางหัวหน้าพรรคปัจจุบัน จึงเอาระบบนี้มาใช้ เพราะถ้าสู้ตามกติกาเก่าให้ส.ส. 200 คนโหวตหัวหน้าพรรค ตนสู้ได้ยากเพราะมีความเกรงใจกัน แต่เมื่อมีประชาชนมาร่วมโหวตเป็นแสนคน ตนมีโอกาสที่สู้ได้  ถึงแม้นายอภิสิทธิ์ จะมีคนรู้จักมากกว่า แต่ไม่มีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้น จึงทำให้หมอวรงค์ต้องออกมาท้าชิง ถ้าผลงานดี ตนคงไม่ออกมา ยกตัวอย่างเมื่อผลประกอบการบริษัทไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนผู้จัดการ

ส่วนถ้าได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว จะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกครั้ง หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า คำถามนี้ถามคนอื่นได้ แต่ถามตนไม่ได้ ถ้าตนเป็นหัวหน้าพรรค ตามจารีตของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว จะต้องเสนอหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ เท่านั้น และ คำถามนี้ก็จะกดให้เราเป็นผู้แพ้ ตอนนี้ต้องทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น และเราต้องพร้อมที่จะเสนอตัวเองเป็นนายกฯ ยกเว้นถ้าแพ้เลือกตั้งไม่ได้ที่หนึ่ง พรรคไม่ได้ให้อำนาจหัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสิน แต่ให้อำนาจตัดสินจากที่ประชุมส.ส.เป็นผู้กำหนดว่าจะไปสนับสนุนฝ่ายไหน

นอกจากนี้ ตนจะชูเรื่องการปราบปรามทุจริตเป็นหลักเพื่อให้ไทยเป็นประเทศชั้นนำของโลก

ดูคลิปเต็มได้ที่นี่ >>> “หมอวรงค์” มั่นใจคว้าชัย เป็นหัวหน้าปชป. ทำพรรคพ้นยุคตกต่ำ – เลือดหยุดไหล

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ