เมื่อวันที่ (9 ต.ค. 61) นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลใจหรือหนักใจอะไรกับคดีซากหมีขอ เพราะเรื่องใหญ่กว่านี้ก็เจอมาหมดแล้ว แต่สิ่งที่กังวลคือ เรื่องของกระบวนการของคดีนี้ว่าจะทำยังไงให้เกิดความรัดกุมที่สุด เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง
จุดเริ่มต้นของการเข้าพื้นที่ของกลุ่มนี้คือ อ้างว่าหัวหน้าอนุญาตให้เข้า แต่ความจริงแล้วหัวหน้าไม่ได้อนุญาตให้เข้าไป ประเด็นต่อมาเรื่องของการตรวจค้น โดยผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้ตรวจค้นแต่แรก จากการลงพื้นที่สำรวจเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ได้พบจุดที่พักของกลุ่มปลัดที่อ้างซื้อซากหมีขอมาจากชาวบ้าน บริเวณนั้นลึกเข้าไปเกือบ 100 กิโลเมตร ซึ่งเป็นป่ารกทึบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีชาวบ้านขับมอเตอร์ไซค์มาขายซากหมีขอให้กับกลุ่มของปลัดและพวก โดยบริเวณนั้นไม่มีเส้นทางที่จะมีคนขับมอเตอร์ไซต์มาขายได้เลยเป็นการวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่สำรวจ
อย่างไรก็ตาม อาจจะมีชาวบ้านที่ยังเก็บของป่าขายไปอยู่ในบริเวณนั้นก็ได้ แต่ไม่ใช่มอเตอร์ไซต์แน่นอน ประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่พบบริเวณที่พักคือ มีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเศษเนื้อ เจอเลือด กรามสัตว์ ขนสัตว์ ซึ่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยก เชื่อว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นของหมีขอ โดยจะเร่งส่งตรวจสอบเพื่อนำดีเอ็นเอ มาเทียบเคียงกับ “อุ้งตีนหมีขอ” ทั้ง 4 ข้างที่พบในรถกลุ่มผู้ต้องหา
จุดที่พบหลักฐาน ว่า มีการประกอบอาหารจากสัตว์ คือเพิงพักในเขตสำนักสงฆ์เต่าดำ ซึ่งห่างไปไม่เกิน 300 เมตร เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานสำคัญ 10 รายการ เช่น กรามสัตว์ คราบไขมัน เศษเนื้อ ขนสัตว์ ซึ่งเป็นหลักฐานที่พนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค เชื่อว่าเป็นของหมีขอ เพราะมีขนมีลักษณะหยาบคล้ายขนหมี ซึ่งจะสามารถบ่งบอกได้ว่า กลุ่มออฟโรดที่อ้างมาทำบุญ เป็นคนล่า “หมีขอ” หรือไม่
พบปลอกกระสุนปืน ชนิด 9 มิลลิเมตร 25 ปลอก และ .45 มิลลิเมตร ที่ชุดพิสูจน์หลักฐานบอกว่า เป็นหลักฐานสำคัญที่จะตรวจสอบว่าถูกยิงออกมาจากปืนของกลางหรือไม่ ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จะนำมาประกอบกับสิ่งที่ยึดได้จากในรถทั้งหมดและคำให้การของผู้ต้องหาว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่
นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าเจตนาคงไม่ได้ล่าหมี แต่อาจจะเอาไปล่าสัตว์เล็ก การมีเอาปืนเข้าไปในที่ที่ห้ามยิงซึ่งถือว่าผิดอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเอาดีเอ็นเอไปตรวจ จากคำให้การของผู้ต้องหาบอกว่าซื้อซากหมีขอมาจากชาวบ้าน ซึ่งสถานที่นั้นไม่น่าจะไปซื้อกับชาวบ้านอยู่ จากข้อมูลที่มีสามารถพิสูจน์ได้ว่าร่วมกันล่าสัตว์ป่า ซึ่งทุกคนจะได้รับข้อหาแบบเดียวกันหมดยกเว้นเด็กที่ติดตามไป
ชมคลิปได้ที่ >>“ดำรงค์” ฟันธง “คณะปลัด” ล่า “หมีขอ” เพราะไม่มีใครขายซากสัตว์ในป่าลึก นอกจาก "ผีกองกอย"
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้