เมื่อวันที่ (24 ต.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงมาตรการควบคุมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันออกพรรษา ตามประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนา ว่า พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ถึง 9 และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดที่ฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องการจำหน่ายและการดื่มในสถานที่ห้าม
โดยให้ตำรวจเน้นการลงพื้นที่ตรวจตราตามร้านอาหาร คาราโอเกะ สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด บริเวณถนนสายหลัก ในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยมุ่งสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้จำหน่ายสุราที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงการร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ในการออกตรวจจับผู้กระทำความผิดเมื่อได้รับการร้องขอ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเกิดผลอย่างจริงจัง
จึงขอแจ้งเตือนผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ร้านค้า และสถานบริการทุกประเภทที่อยู่ในบังคับของกฎหมาย ให้งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งการขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักร ยกเว้นการขายเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ ตั้งแต่เวลาหลัง 24 นาฬิกาของคืนวันที่ 23 ตุลาคม 2561 ถึงเวลา 24 นาฬิกา ของคืนวันที่ 24 ตุลาคม 2561 หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรา 59 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับประชาชนที่พบเห็นการกระทำความผิดดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูล เบาะแส ให้กับตำรวจ ผ่านทางหมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนที่จังหวัดขอนแก่น กำลัง 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง คุมเข้มร้านขายประทัด หลังเกิดเหตุซ้ำรอยประทัดแตกใส่มือเด็ก 6 ขวบ นิ้วขาด โดยเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายประทัด พลุ และดอกไม้ไฟ ตามร้านค้าต่างๆในเขตเทศบาลนครขอนแก่น บริเวณสองฟากฝั่งถนนชวนชื่น ตั้งแต่สี่แยกไฟแดงถนนกลางเมือง ไปจนถึงสามแยกถนนชวนชื่นตัดกับถนนหน้าเมือง
เบื้องต้น มีการเรียกตรวจใบอนุญาตจำหน่ายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุรุนแรง หรือการนำไปใช้ในทางที่ผิดในช่วงวันออกพรรษา รวมถึงห้ามจำหน่ายให้เด็กและเยาวชนอย่างเด็ดขาด ซึ่งการตรวจร้านค้าต่างๆประมาณ 20 ร้าน ไม่พบร้านใดที่ฝ่าฝืนหรือลักลอบขายแต่อย่างใด มีเพียงบางร้านที่วางขายโคมลอย จึงขอความร่วมมือให้หยุดขาย เพราะอาจจะเป็นสาเหตุที่นำมาซึ่งการเกิดเพลิงไหม้บ้าน ไร่อ้อย และกระทบต่อเครื่องบินก็ได้ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากร้านค้าเป็นอย่างดี