วันนี้ (24 ต.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ตั้งโต๊ะแถลงข่าวร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชน เพื่อยืนยันว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐอเมริกา หรือ FDA ยังไม่ได้ประกาศ ห้ามนำเข้าน้ำปลายี่ห้อดังจากไทย แต่เป็นเพียงการกักสินค้าตามกระบวนการปกติ เนื่องจากเอกสารนำเข้าไม่ครบ เจ้าหน้าที่ FDA จึงต้องขอเอกสารกระบวนการผลิตน้ำปลาเพิ่มจากผู้ผลิตน้ำปลาไทย
โดยตั้งแต่ปี 2557 ที่ผ่านมา ทางสหรัฐอเมริกา ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยทางอาหารเพิ่ม กำหนดให้ น้ำปลาที่นำเข้าต้องผ่านกระบวนการ ต้ม และพิสูจน์ได้ว่าไม่มีสาร อีสทามีน หรือ สารที่อาจก่อมะเร็ง (Histamine) แต่ สินค้าน้ำปลาล็อตดังกล่าว ขาดส่งเอกสารกระบวนการผลิต จึงจำเป็นต้องกักสินค้าล็อตนั้นไว้ จนกว่าจะส่งเอกสารให้ครบ ขณะนี้ บริษัทน้ำปลา ส่งเอกสารไปแล้ว คาดว่าจะทราบผลพิจารณาในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561
ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา มีเพียง 4 ครั้ง ที่น้ำปลาไทยถูกกักเข้าประเทศตามกระบวนการมาตรฐานนำเข้าสากล ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อมูลค่าการค้า หรือ ตลาดน้ำปลาไทยในสหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศส่งออกอื่น ๆ โดยตลอด 9 เดือนแรกของปี 2561 มูลค่าน้ำปลาไทยที่ส่งไปตลาดสหรัฐเมริกา อยู่ที่ 44 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ที่ส่งออกน้ำปลาไปสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของการส่งออกน้ำปลาทั้งหมด
ด้านนายจิรัฎฐ์ สุพรมอินทร์ กรรมการชมรมร้านอาหารไทย วอชิงตัน ดี.ซี. และมิดแอตแลนติก และเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ระบุว่า ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการที่น้ำปลายี่ห้อดังถูกกักนำเข้า เพราะบนชั้นสินค้าตามซูเปอร์มาร์เก็ตยังมีขาย แต่ในระยะยาว จะส่งผลกระทบ เพราะน้ำปลาถือเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอาหารไทยแท้
ขณะที่ อย. เปิดเผยว่า ผลการสุ่มตรวจมาตรฐานน้ำปลา ในปี 2560 ที่ อย.สุ่ม 48 ยี่ห้อ พบว่า ปลอดเชื้อแบคทีเรีย คลอสตริเดียม โบทูลินัม เป็นไปตามมาตรฐานจีเอ็มพี (GMP) ของไทย