เมื่อวันที่ (25 ต.ค. 61) นายชัยชนะ ศรีเหรา กรรมการวัดโพธาราม จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดใจผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า ย้อนไปเมื่อปี 2557 หลวงพ่อและชาวบ้านได้เห็นถึงความชำรุดเสียหายของวิหาร หลวงพ่อได้เปรยว่าอยากจะบูรณะทำให้มีกลุ่มจิตอาสากลุ่มหนึ่งเข้ามาติดต่อ โดยครั้งแรกมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ธนาคารจะอาสาบูรณะวิหารแห่งนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ผ่านมาวิหารแห่งนี้ไม่เคยขึ้นทะเบียนกับทางกรมศิลปากรทุกคนจึงมองว่านี้คือโบสถ์หลังเก่าเท่านั้น ซึ่งเท่าที่พอจะหาข้อมูลได้อายุของวิหารแห่งนี้ร่วม 300 ปี ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีคนจากกรมศิลปากรมาสำรวจและไม่ได้รับการแจ้งเตือนว่าได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน โดยโครงสร้างส่วนใหญ่ไม่ได้ผิดจากเดิมเท่าไหร่ มีแค่สีที่เปลี่ยนและมีการฉาบปูดใหม่ในจุดที่ชำรุด ซึ่งสีที่ใช้ทาคือเงินที่ชาวบ้านซื้อเอง
ด้านทางกรมศิลป์ได้มีการเข้ามาพูดคุยกับชาวบ้าน ซึ่งได้ชี้แจ้งไปว่าทางชาวบ้านมีเจตนาดีในการดูแลวิหารดังกล่าว หากชาวบ้านไม่ช่วยกับดูแลรักษาไม่แน่ว่าวิหารอาจจะถล่มไปแล้ว
นางสาวอัจฉรา แข็งสาริกิจ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นความไม่ตระหนักรู้ของชาวบ้าน แต่ก็ต้องยอมรับว่าการประชาสัมพันธ์ของกรมศิลปากรไม่ทั่วถึงจะต้องมีการแก้ไขโดยด่วนที่สุดและได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อประเมินและจะต้องทำให้วิหารแห่งนี้กลับมาในสภาพเดิมให้ได้มากที่สุด การที่ชาวบ้านไปทำในลักษณะนี้อาจจะทำให้อาคารเสื่อมเร็วขึ้นเนื่องจากเป็นสีสมัยใหม่การอนุรักษ์มีองค์ความรู้ในตัวของมันอยู่ โดยวิหารแห่งนี้ถูกสร้างเมื่อปี 2500 เข้าข่ายว่าเป็นโบราณสถาน โดยกำลังพยายามจะหาทางออกโดยไม่ใช้กฎหมายในการดำเนินคดี
ดร.ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์ นักวิชาการด้านศาสนวิทยา กล่าวว่า ไม่อยากให้โทษชาวบ้านแต่ควรโทษเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ดูแลอำเภอนั้น โดยวิหารแห่งนี้เป็นโบราณสถาน ตั้งแต่สมัยอยุธยาแต่ไม่ได้เอาขึ้นทะเบียนทั้งที่เห็นคาตาอยู่อย่างนี้นานแล้ว แต่ในทางกฎหมายก็ถือว่ามีความผิอาจทำให้เกิดความด้อยค่าของโบราณสถาน มีโทษจำคุก 7 ปี หรือปรับ 700,000 บาท ก็ต้องขึ้นอยู่กับกรมศิลป์ว่าจะดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่
ชมคลิปเต็มได้ที่ >>> http://pptv36.tv/so5
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้