การดีเบต ประชันวิสัยทัศน์ของ 3 ผู้ท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 8 ระหว่าง นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้ท้าชิงหมายเลข 1 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้ท้าชิงหมายเลข 2 และ นาย อลงณ์กร พลบุตร ของผู้ท้าชิงหมายเลข 3 ในหัวข้อ “ประชาธิปัตย์ 61 คนไทยจะได้อะไร”
โดยตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ (26 ต.ค. 2561) คณะทำงานจัดดีเบต ได้ตกแต่งสถานที่ห้องประชันวิสัยทัศน์ คล้ายกับสตูดิโอ ตรงกลางเป็นเวทีมี 3 โพเดียมให้ผู้สมัครทั้ง 3 คนยืนแสดงวิสัยทัศน์ พร้อมวางกรอบให้ผู้สมัครระวังคำพูดในการดีเบต เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่พรรค โดยมี นายกิตติ สิงหาปัด พิธีกรชื่อดัง และ นาย ณ กาฬ เลาหะวิไลย สื่อมวลชนอาวุโส ทำหน้าที่ตั้งคำถาม
ทันทีที่เข็มนาฬิกาหมุนถึงเวลา 16.00 น. ภายในห้องดีเบตได้เปิดวิดีทัศน์แนะนำตัวผู้สมัครทั้ง 3 คน จากนั้น พิธีกรได้เชิญทั้ง 3 คนขึ้นเวที พร้อมกันมือกัน ภายใต้สโลแกนแข่งกันฉันท์พี่น้อง
โดยคำถามแรก นายกิตติ สิงหาปัด เป็นผู้ตั้งคำถามว่า ผู้สมัครทั้ง 3 คนชื่นชอบ และ ศัทธาหัวหน้าประชาธิปัตย์คนไหนมากที่สุด”
โดยให้ผู้ท้าชิงหมายเลข 1 เป็นคนตอบคำถามคนแรก นายอภิสิทธิ์ บอกว่า เขาเองตอบไม่ได้ว่าชื่นชอบใครเป็นพิเศษ และไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบได้ เพราะทุกคนมีคุณูปการต่อพรรค
ส่วน หมอวรงค์ บอกว่า หัวหน้าพรรคที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษ คือ นายชวน หลีกภัย เพราะได้สอนให้ตัวเขารู้จักต่อสู้ในระบบรัฐสภา
ส่วนนาย อลงกรณ์ ตอบว่า ศัทธาทุกคน เพราะไม่เช่นนั้นประชาธิปัตย์ คงอยู่ไม่ได้นานถึง 72 ปี
คำถาม ถึงจุดยืนทางการเมืองเพราะประชาชนแบ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลปัจจุบัน และ กลุ่มต่อต้านเผด็จการ
คำถามนี้ ผู้สมัครหมายเลข 2 ตอบคนแรก โดย หมอวรงค์ บอกว่า ถ้าเขาเป็นหัวหน้าพรรค เขาจะไม่เล่นเกมส์การเมืองที่คนอื่นกำหนด เพราะตัวเขาเองมีหลักการอยู่ 4 ข้อ 1. ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน 2. เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองเคารพกฎหมาย 3.ไม่ส่งเสริมอำนาจที่มิชอบ 4. เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าเขาได้เป็นนายกฯ จะให้ออกกฎหมายที่ให้สินบนแก่คนที่ฟ้องว่ามีการโกง
ขณะที่ นายอลงกรณ์ ตอบว่า ถ้าพรรคชนะเลือกตั้ง จะจัดตั้งรัฐบาลเองแน่นอน และ ยืนยันไม่เอานายกรัฐมนตรีคนนอก ไม่ต้องการเห็นการนองเลือด และไม่อยากเห็นการรัฐประหารอีก พร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้าน และ พร้อมที่จะเป็นรัฐบาลด้วย โดยจะทำให้การเมืองไทยให้เป็นการเมืองสีขาว
ขณะที่ นาย อภิสิทธิ์ กล่าวว่า คนไทยและประเทศไทยควรมีสิทธิเลือกมากกว่า เผด็จการและคนที่ทุจริต ถ้าใครรวบรวมเสียงข้างมากได้ ควรเป็นรัฐบาล แต่ไม่ควรฝืนเจตนารมณ์ของประชาชน เงื่อนไขการร่วมรัฐบาลต้องอยู่ที่นโยบาย โดยพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน
คำถามเรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กับ เรื่องรัฐธรรมนูญปี 2560 จะต้องปรับแก้หรือไม่
นาย อภิสิทธิ์ มองว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไม่สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน เพราะมีประเด็นรายละเอียดที่เป็นอุปสรรค ต่อนโยบายบริหารประเทศ ดังนั้น จะต้องทำปรับแก้ แต่จะแก้ในส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ได้แก้เพื่อนักการเมือง ส่วนรัฐธรรมนูญมีบางเรื่องที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะการให้อำนาจวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากตัวแทนประชาชน และ ตัวเขาเองจะไม่นำเรื่องแก้รัฐธรรมนูญมาเป็นเกมการเมือง
ส่วน หมอวงรค์ บอกว่า เขาได้อ่านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีหมดแล้วซึ่งก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าเราเป็นประชาธิปไตยก็ต้องเคารพ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประชาชน 16 ล้านคนลงประชามติเห็นชอบ แต่ถ้าในส่วนไหนเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาประชาชน ก็ต้องแก้
ด้าน นาย อลงกรณ์ มองว่า ยุทธศาสตร์ 20 ปี ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ชาติของคสช. พร้อมยกตัวอย่างกรณี ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ก็เคยใช้ยุทธศาสตร์ชาติ 30 ปีจนประเทศมาเลเซียพัฒนามากขึ้น ส่วนรัฐธรรมนูญจะต้องปรับแก้ โดยแก้ในจุดที่ไม่เป็นประชาธิปไตย
ขณะที่คำถามที่สมาชิกพรรคถามผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ และ เฟซบุ๊ก มากที่สุดถามว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถเจาะฐานเสียงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้
หมอวรงค์ ตอบว่า ตัวเขาเองได้คลุกคลีกับคนภาคอีสานจนทราบถึงความต้องการของประชาชน ถ้าเขาเป็นหัวหน้าพรรคสิ่งที่ต้องทำคือ 1. นโยบายจับต้องได้ 2.การบริหารจัดการภายในต้องเป็นทีมเวิร์ค 3. กระจายอำนาจให้พรรคสาขาในต่างจังหวัด 4. ต้องทำให้ประชาธิปัตย์ จับต้องได้ สัมผัสได้ ให้ประชาชนเข้าถึงได้ก็จะทำให้เราชนะเลือกตั้ง
ด้าน นาย อลงกรณ์ ตอบว่า หัวหน้าพรรค ต้องสร้างอนาคตใหม่ให้กับคนอีสาน ทำให้เขาพิสูจน์ว่าเราต้องจริงใจ ผู้นำประชาธิปัตย์ต้องไม่ใช่คู่ขัดแย้งใคร ต้องวางแนวทาง 4 เสาเศรษฐกิจ
ขณะที่ นาย อภิสิทธิ์ ตอบว่า ที่ผ่านมาเราเข้าถึงคนอีสานได้น้อย เพราะถูกขัดขวาง มีการบิดเบือนข้อมูล
คำถามเรื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
นาย อลงกรณ์ มองว่า ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำจนกลายเป็นรวยกระจุก จนกระจาย เรามีกฎหมายไม่ให้มีการผูกขาดทางการค้าตั้งแต่ปี 2542 แต่ไม่สามารถบังคับใช้ได้ พร้อมยกตัวอย่างสมัยที่เขาเป็นรมช.พาณิชย์ เคยเชิญนักธุรกิจผูกขาดทางการค้าออกจากห้องเพราะไม่อยากรับเงินทุนสามานย์
ด้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องมุ่งไปเศรษฐกิจฐานราก แต่ใช้การประกันรายได้เกษตรกร และ การประกันราคาพืชผล รวมถึงต้องแก้ไขความเหลื่อมล้ำเพื่อเศรษฐกิจฐานรากที่จะทำให้เกิดผลดีแก่เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ต้องนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตัวเขาเองก็ไม่เห็นด้วยกับการผูกขาดทางการค้า สมัยที่เป็นรัฐบาลเคยนำเข้าสัตว์ชนิดหนึ่งเข้ามาจนมีกลุ่มทุนบางกลุ่มรู้สึกไม่พอใจ
ส่วนหมอวรงค์ บอกว่า ตัวเขาเองเป็นนักการเมืองต่างจังหวัด ได้มีความสนิทสนมกับเกษตรกร จนรู้ว่าทุกคนอยากมีเงินเข้ากระเป๋า และเขาเองก็มีทีมส่วนตัวมาช่วยในเรื่อง สิ่งที่ต้องทำ คือ ต้องกล้าตัดสินใจ การบริหารแผ่นดินปัจจัยสำคัญคือการกล้าตัดสินใจ
ในระหว่างดีเบต ผู้สมัครทั้ง 3 คนก็พูดหยอกล้อกันไปมาสร้างสีสัน และเสียงหัวเราะให้กับผู้ที่นั่งฟังอยู่ในห้อง ขณะที่บรรยากาศด้านนอกห้องมีกองเชียรทั้ง 3 คนมาติดตามให้กำลังใจกันอย่างคึกคัก
หลังจากนี้ ผู้ท้าชิงทั้ง 3 คนสามารถลงพื้นที่หาเสียงได้ถึงเวลา 17.00 น.ของวันที่ 31 ต.ค. 2561 จากนั้นวันที่ 1- 3 พ.ย. 2561 จะเปิดให้สมาชิกพรรคหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคผ่านแอพลิเคชั่น พร้อมจัดหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และกทม. ในวันที่ 1พ.ย. ควบคู่ไปด้วย ส่วนภาคอีสาน และภาคใต้จะจัดหน่วยเลือกตั้ง ในวันที่ 5 พ.ย. คาดว่าจะทราบผลคะแนนในเย็นวันที่ 5 พ.ย. 2561
ส่วนผลโหวตในเพจเฟซบุ๊ก PPTV HD36 ที่เปิดประชาชนทั่วไปร่วมโหวต ปรากฎว่านายอภิสิทธิ์ ผู้สมัครหมายเลข 1 มีคนโหวตมากที่สุด รองลงมาคือ หมอวรงค์ และนายอลงกรณ์ อยู่อันดับท้ายสุด
ส่วนยูทูปมีคนโหวตให้นายอภิสิทธิ์มากถึง 92 % ส่วนหมอวรงค์ 4 % และ นายอลงกรณ์ 4 %
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้