พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ วัดสร้อยทอง โพสต์ถึงกรณีฉากในภาพยนตร์เรื่อง “ผู้บ่าวไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2” ซึ่งเป็นฉากพระร้องไห้ต่อหน้าโลงศพแฟนสาว ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นฉากหนึ่งที่ทำให้ภาพยนต์ถูกห้ามฉาย โดยระบุว่า
“พระเชียงบวชไม่กี่วันแล้วร้องไห้นี่ ธรรมดามากนะ ในสมัยพุทธกาล ภิกษุณีรูปหนึ่งที่เป็นแม่ของพระกุมารกัสสปะ เธอบวชมาถึง ๑๒ ปี ในคัมภีร์บอกว่า ไม่มีวันไหนเลย ที่เธอจะไม่มีน้ำตาเพราะคิดถึงลูก”
คนเข้าไม่ถึงศาสนา ไม่เข้าใจเรื่องนี้ การแสดงออกทางอารมณ์ในบางอย่าง มันเป็นตัวสะท้อนความทุกข์ของคนนะ แล้วความทุกข์มันไม่ได้แบ่งแยกว่า ต้องมีเฉพาะชาวบ้าน นักบวชมีไม่ได้ อันนี้เข้าใจผิดหมดเลย
อ่านข่าว: “ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2” โดนแบนฟ้าผ่าห้ามฉายไม่มีกำหนด
คำว่าตัดทางโลก ไม่ได้หมายถึงว่า ตัดอารมณ์ความรู้สึกที่มนุษย์จะพึงมีทั้งหมดได้ ไม่ใช่ว่าดับทุกข์สิ้นเชิงได้ พระโสดาบัน ยังร้องไห้นะ พระสกทาคามี ยังมีความโกรธ (แม้จะเบาบาง)
การมองภาพของนักบวชแบบผิดผิด หรือเข้าใจในมิติเดียว หลายครั้งก็สร้างปัญหานะ มีนักปฎิบัติธรรมหลายคนฆ่าตัวตาย ทั้งแม่ชี ทั้งพระ ส่วนหนึ่งมาจากความเครียดความเก็บกดและการไม่สามารถเปิดเผยอารมณ์ความรู้สึกในด้านลบซึ่งความทุกข์ภายในใจของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาได้
ภาพของพระเชียงนี่เป็นตัวอย่างของพระที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเองนะ มันสะท้อนความเป็นธรรมชาติของชีวิตที่ว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะแบบไหน มันไม่ใช่ว่า เราจะสามารถหนีอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด หนีปัญหาหนีความทุกข์ของตัวเองได้ น้ำตานั่นแหล่ะที่เป็นเครื่องบ่งบอก อย่างน้อยมันก็เป็นตัวแทนถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในใจ
เราจะรับรู้และเข้าใจถึงความทุกข์ของคนอื่นได้ยังไง ถ้าเรามองข้ามอารมณ์ความรู้สึกที่อ่อนไหวของเขา